การพัฒนากรดแลคติกจากการหมักน้ำปลาส้มเพื่อใช้ในการจับตัวของน้ำยางพารา

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชยมล ลิปูหนอง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ภาวิณี สุพลแสง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสหราษฎร์รังสฤษดิ์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เนื่องจากปัจจุบันใช้กรดฟอร์มิกในการทำยางก้อนและยางแผ่น มีผลเสียทำให้หน้ายางแห้งตาย ทำลายสิ่งแวดล้อม กลิ่นฉุนจัดและกัดมือ อีกทั้งยางยังมีกลิ่นเหม็น และเกิดเชื้อรา ผู้พัฒนาจึงมีแนวคิดในการผลิตน้ำกรดที่เกิดจากแลคติกในท้องถิ่นได้มาจาก “น้ำปลาส้ม” ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งที่มีมากในชุมชน

โดยมีจุดประสงค์ดังนี้ ๑) เพื่อเปรียบเทียบ ค่า pH เมื่อใส่ซิงค์ออกไซด์ในน้ำปลาส้ม

๒) เพื่อทดลองหา ความเข้มข้นของน้ำกรด : ซิงค์ออกไซด์ ที่ทำให้ยางไม่เกิดเชื้อรา

๓) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง กรดจากน้ำปลาส้ม , กรดจากน้ำปลาส้มใส่ซิงค์ออกไซด์และกรดฟอร์มิก ๔) เพื่อทดลองแยกเชื้อบริสุทธิ์ของจุลินทรีย์แลคติก มาใช้ในการเป็นหัวเชื้อในการหมักน้ำกรด แทนการใช้น้ำปลาส้มโดยตรง พบว่า ๑)เมื่อมีการใส่ซิงค์ออกไซด์นั้นต้องใส่ในกรดจากน้ำปลาส้มในช่วง pH ๒-๓ ต้องหมักเป็นระยะเวลามากกว่า ๓ วัน หลังจากนั้นค่า pH จะไม่ลดลงมากและหยุดในช่วงวันที่ ๗

๒)กรดแลคติกน้ำปลาส้มใส่ซิงค์ออกไซด์(A+ZnO) ที่เกิดราน้อยที่สุด คือ ตั้งแต่ความเข้มข้น ๑.๐๐ % ขึ้นไป กรดแลคติกจากการขยายหัวเชื้อน้ำปลาส้ม (B+ZnO) ที่ไม่เกิดรา คือ ความเข้มข้น ๑.๐๐ % ขึ้นไปเช่นเดียวกัน ๓) ยางก้อนและยางแผ่นที่มีน้ำหนักมากที่สุด จากการใช้น้ำกรด แต่ละชนิดคือ กรดแลคติกน้ำปลาส้ม(A) , กรดแลคติกจากการขยายหัวเชื้อน้ำปลาส้ม (B) ,กรดแลคติกปลาส้มใส่ซิงค์ออกไซด์(A+ZnO) ๑ % ,กรดแลคติกจากการขยายหัวเชื้อน้ำปลาส้ม (B+ZnO) ๑ % และกรดฟอร์มิก (C) ตามลำดับ แต่กรด

แลคติกที่ไม่ใส่ซิงค์ออกไซด์และกรดฟอร์มิกนั้นมีเชื้อราเกิดขึ้น ส่วนสีของแผ่นยางพาราเมื่อเทียบกับสีจากโปรแกรมเพ้นท์ ผ่านมาตรฐานทุกแผ่น ๔) อยู่ในช่วงการทดลองซึ่งร่วมกับโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน (Junior Science Talent Project) รุ่นที่ 20 ม.ปลาย สวทช.