ศึกษาผลของรูปแบบและการวางจ่อวงกลมและสี่เหลี่ยมต่อลักษณะของเส้นไหมสายพันธุ์นางลาย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณิชมน วงศ์วัชรมงคล, อรธิชา นาควงษ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ปิยะนุช เขียวอร่าม

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ไหม เป็นผีเสื้อกลางคืนชื่อทางวิทยาศาสตร์ Bombyxmori Linn.ชื่อสามัญ silkworm อยู่ในวงศ์ Bombycidaeตัวอ่อนเรียกว่าตัวไหมหรือหนอนไหม การเจริญเติบโตของไหมจะมีการเปลี่ยนแปลง รูปร่างอย่างสมบูรณ์ ใน 4 ขั้นตอน คือ ระยะไข่ ระยะตัวหนอน ระยะดักแด้ และระยะผีเสื้อ ตัวหนอน ในช่วงสุดท้ายจะพ่นใยไหมห่อหุ้มตัวแล้วลอกคราบกลายเป็นดักแด้ใยไหมจัดเป็นเส้นใยตามธรรมชาติที่มีความเหนียวมากที่สุด ซึ่งหนอนไหมถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจ เพราะเลี้ยงง่าย รอบอายุสั้น ให้ผลผลิตได้ตามต้องการ

หนอนไหมพันธุ์นางลาย คือ  หนอนไหมพันธุ์ไทย ที่มีจำนวนไข่ไหม 331 ฟองต่อแม่ หนอนไหมมีลายขาวดำตลอดลำตัว อายุหนอนไหม 20 วัน รังไหมสีเหลือง หัวป้านท้ายแหลม ดักแด้สมบูรณ์ 84 เปอร์เซ็นต์ เปลือกรัง 12 เปอร์เซ็นต์ ความยาวเส้นไหม 258 เมตร ขนาดเส้นไหม 2.9 ดีเนียร์

โดยทั่วไปจ่อที่เกษตรกรใช้มี 2 รูปแบบ คือ จ่อที่มีลักษณะคล้ายกระดังและมีช่องให้หนอนไหมสร้างเส้นไหมห่อหุ้มตัวเอง และ แบบเป็นกิ่งไม้มัดรวมกันเกษตรกรจะนำหนอนวางบนไม้แล้วนำผ้าห่อ

การสร้างจ่อแต่ละรูปแบบที่มีลักษณะต่างกันจากการศึกษาข้อมูล พบว่า จ่อแต่ละชนิดทำให้รูปแบบของเส้นไหมที่ได้มีลักษณะต่างกันโดยหากเปลี่ยนรูปแบบจ่อให้ไม่มีมุม สำหรับให้ หนอนพ่นเส้นใยเพื่อห่อหุ้มตัวเองจะได้เส้นไหมที่มีลักษณะเป็นแผ่น ไม่เป็นรังไหมที่ต้องนำมาสาวหากจะนำเส้นไหมที่ได้มาใช้งาน ทำให้สะดวกต่อการเก็บ เส้นไหมและการนำไปใช้ คณะผู้จัดทำจึง ต้องการศึกษารูปแบบของจ่อที่ทำให้เกษตรกรสามารถเก็บเส้นไหมได้ง่ายและใช้เวลาน้อยที่สุด

แนวคิดของจ่อวงกลมและสี่เหลี่ยมคือโดยทั่วไปจ่อที่เกษตรกรใช้จะมีมุมทำให้หนอมไหมพ่นเส้นไหมห่อหุ้มตัวเองได้ ผู้จัดทำจึงต้องการศึกษาว่าการเลี้ยงหนอนไหมในจ่อวงกลมและสี่เหลี่ยมที่มีมุมน้อย จะทำให้ได้เส้นไหมที่ง่ายต่อการเก็บและนำไปใช้ นอกจากนั้นจะศึกษาถึงลักษณะและคุณสมบัติของเส้นไหมที่ได้จากการเก็บจากจ่อวงกลมและสี่เหลี่ยม เพื่อเป็นแนวทางการเลี้ยงไหมในอนาคต