การศึกษาประสิทธิภาพในการเก็บรักษาคุณภาพของเนื้อปลาจากไคโตซานที่สกัดจากกระดองปูนา
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
กนกพร บำรุง, ศิวัชญา อยู่ชาติประเสริฐ
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
วัชราภรณ์ แสนนา
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
เนื่องจากปูนาเป็นสัตว์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่ของอำเภอสตึก ซึ่งชาวบ้านในบริเวณนั้นนิยมนำปูนามาใช้ประโยชน์ต่าง ๆ แต่กระดองปูนาเป็นส่วนที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ กลายเป็นขยะที่ถูกนำไปทิ้ง จากการศึกษาพบว่าในกระดองปูนานั้นมีไคโตซานเป็นองค์ประกอบ ซึ่งมีประโยชน์หลายอย่าง และจากการที่อำเภอสตึกมีปลาเป็นสัตว์เศรษฐกิจ แต่มีปัญหาปลาเน่าเสียจากการส่งออกไม่ทัน คณะผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะนำสารไคโตซานที่สกัดจากปูนามาใช้ประโยชน์ในการรักษาคุณภาพของเนื้อปลา ซึ่งสามารภสกัดไคโตซานโดยนำกระดองปูที่ล้างสะอาดแล้วไปตากให้แห้ง จากนั้นนำโซเดียมไฮดรอกไซด์ 40 กรัม มาละลายในน้ำ 1 ลิตร แล้วทิ้งไว้ให้ใส จากนั้นนำกระดองปูที่ตากแห้งแล้วมาต้มในโซเดียมไฮดรอกไซด์ที่ละลายไว้ เป็นเวลา 4ชั่วโมง จากนั้นนำมาล้างน้ำ ตากให้แห้งแล้วนำมาบด นำมาต้มใส่สารละลายไฮโดรคลอริกเข้มข้น 10% ปริมาตร 1 ลิตร เป็นเวลา 1 วัน จากนั้นนำมาล้างน้ำ ตากให้แห้งและนำมาบด แล้วนำมาต้มกับโซเดียมไฮดรอกไซด์ ที่อุณหภูมิ 80-120 เป็นเวลา 4 ชั่วโมง นำมาล้างน้ำและนำไปต้มในโซเดียมไฮดรอกไซด์อีกครั้ง จากนั้นนำมาล้างน้ำ ตากให้แห้งแล้วนำมาบดให้ละเอียดจะได้ผงไคโตซาน แล้วนำไปตรวจสอบไคโตซานด้วยสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ จากนั้นนำมาเคลือบเนื้อปลา โดยเตรียมสารละลายไคโตซานในกรดแลกติกที่ความเข้มข้น 1% ที่ระดับความเข้มข้น 4 ระดับ คือ 5 10 50 และ 100 มิลลิกรัม/กรัม บรรจุปลาดุกที่ผ่านการทำให้สลบในน้ำแข็ง แล่ให้มีเนื้อขนาด 2x3x0.4 เซนติเมตร ในถุงพลาสติกชนิด polyethylene ถุงละ 200 กรัม แล้วปิดผนึกด้วยความร้อน แล้วนำไปเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส จากนั้นนำไปตรวจสอบโดยการเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของค่า pH ของเนื้อปลาดุก , water activity ( aw ) และปริมาณไตรเมทิลเอมีน (trimethylamine หรือ TMA)