ปัจจัยที่มีผลต่อการล่อดักจับและการพัฒนาการเลี้ยงผีเสื้อข้าวสาร Corcyra cephalonica (Stainton) เพื่อการผลิตแตนเบียนไข่ Trichogramma sp.
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
เมธาวี พรหมจุล, สิทธิพงษ์ บุญรักษา
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
สุกัลยา วงค์ใหญ่
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ข้าวเป็นอาหารหลักของคนในหลายๆประเภทบนโลกนี้ โดยเฉพาะคนไทย เกษตรกรไทยปลูกข้าวเป็นพืชหลักสำหรับ การบริโภคและจำหน่ายส่งออกต่างประเทศ (กิตติยาและคณะ, 2557) ดังนั้นการเก็บรักษาผลผลิตจึงมีความสำคัญมาก ปัญหาหนึ่งในการเก็บรักษาข้าวสาร ได้แก่ แมลงศัตรูข้าวสารที่ทำให้ข้าวสารเสียหาย ไม่สามารถบริโภคและจำหน่ายได้ ผีเสื้อข้าวสาร Corcyra cephalonica (Stainton) เป็นแมลงศัตรูของข้าวสารที่สำคัญ โดยเฉพาะข้าวสารที่เก็บไว้เป็นเวลานานทำให้ข้าวสารเสื่อมคุณภาพ จนไม่สามารถบริโภคได้ แต่ในปัจจุบันมีการนำไข่ของผีเสื้อข้าวสารมาใช้ประโยชน์ในการเพาะเลี้ยงแมลงศัตรูธรรมชาติ โดยในหลายประเทศมีการผลิตผีเสื้อข้าวสารเพื่อนำไข่ของผีเสื้อข้าวสารมาใช้เป็นแมลงอาศัยในการผลิตแตนเบียนไข่ Trichogramma sp. (Parra , 1991) แต่ปัญหาสำคัญของการผลิตแตนเบียนไข่ คือ ไข่ของผีเสื้อข้าวสารที่เลี้ยงได้มีการฟักเพียง 50% (สันติชัย, 2549) ทำให้ผลิตแตนเบียนไข่ได้ปริมาณน้อยตามไปด้วย จึงควรมีการพัฒนาวิธีการเลี้ยงผีเสื้อข้าวสารให้ได้ไข่อาศัยที่มีคุณภาพและมีการฟักเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะตัวเต็มวัยให้สามารถวางไข่ได้มากขึ้นและไข่อาศัยได้ต้องมีความเหมาะสมต่อการเบียนด้วย เนื่องจากประสิทธิภาพการเบียนของแตนเบียนขึ้นอยู่กับลักษณะรูปร่างของไข่ ปริมาณสารอาหารภายในไข่ อายุ ขนาด และความสมบูรณ์ ของไข่ (Roriz at al. , 2006 อ้างถึงในวินิภาและนุชรีย์, 2555) คณะผู้จัดทำจึงมีแนวคิดในการล่อดักจับหนอนผีเสื้อข้าวสารโดยศึกษาปัจจัยทางด้านกลิ่นและชนิดของเส้นใย เพื่อดักหนอนผีเสื้อข้าวสารมาเลี้ยงผลิตไข่ ส่วนปัญหาไข่ของผีเสื้อข้าวสารที่ใช้เลี้ยงแตนเบียนส่งผลให้การฟักของไข่แตนเบียนที่เปอร์เซ็นต์ต่ำ แนวคิดในการแก้ปัญหาของอาหารที่มีคุณภาพและเหมาะสมในการเลี้ยงหนอนผีเสื้อข้าวสารโดยเน้นวัสดุที่หาง่ายและมีมากในท้องถิ่น ต้นทุนต่ำ