การศึกษาเปรียบเทียบเชื้อเพลิงชีวภาพจากเปลือกทุเรียน ไม้ไผ่ แกลบ และเพิ่มประสิทธิภาพโดยใช้คาร์บอนแบล็คนาโน
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
พัชราพร เพ็ชรัตน์, สิริกร คมคาย, คณิศร คมคาย
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ศุภร อังษานาม
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
การศึกษาเปรียบเทียบเชื้อเพลิงชีวภาพจากเปลือกทุเรียน ไม้ไผ่ แกลบ และเพิ่มประสิทธิภาพโดยใช้สารคาร์บอนแบล็คนาโน เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ที่จัดทำขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบปริมาณของผงถ่านที่ได้จากเปลือกทุเรียน ไม้ไผ่ และแกลบ จากผลการทดลองพบว่า เมื่อนำเปลือกทุเรียน ไม้ไผ่ และแกลบ ไปเผาด้วยเตาเผาถ่าน ได้ผงถ่านจากเปลือกทุเรียนร้อยละ 70 ผงถ่านจากไม้ไผ่ร้อยละ 60 ผงถ่านจากแกลบร้อยละ 45 ตามลำดับ จากนั้นศึกษาเปรียบเทียบอัตราส่วนของผงถ่านต่อตัวประสาน คือ 1:1 , 2:1 และ 1:2 จากผลการทดลองพบว่า ผงถ่านจากเปลือกทุเรียนผสมกับแป้งเปียกในอัตราส่วน 1:1 เหมาะสมที่สุด โดยให้ค่าการถ่ายโอนพลังงานความร้อน 4,259.19 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัม มีปริมาณขี้เถ้าร้อยละ 6 และมีค่าดัชนีการแตกร่วน 0.75 ตามมาตรฐาน ASTM โดยอัตราส่วน 2:1 และ 1:2 ให้ค่าการถ่ายโอนพลังงานความร้อน 3,586.38 และ 4,053.18 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัม มีปริมาณขี้เถ้าร้อยละ 5 และร้อยละ 11 มีค่าดัชนีการแตกร่วน 0.81 และ 0.94ตามลำดับ จากนั้นศึกษาประสิทธิภาพของเชื้อเพลิงชีวภาพที่มี
ส่วนประกอบของสารคาร์บอนแบล็คนาโน พบว่า เชื้อเพลิงชีวภาพที่มีส่วนประกอบของสารคาร์บอนแบล็คนาโน 3% ให้ค่าการถ่ายโอนพลังงานความร้อน 5,654.37 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัม มีปริมาณขี้เถ้าร้อยละ 6 และมีค่าดัชนีการแตกร่วน 0.76 ซึ่งเหมาะสมตามมาตรฐาน ASTM และศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพเชื้อเพลิงชีวภาพกับเชื้อเพลิงอัดแท่งเชิงพาณิชย์ จากผลการทดลองพบว่า เชื้อเพลิงชีวภาพจากเปลือกทุเรียนมีประสิทธิภาพมากกว่าเชื้อเพลิงอัดแท่งเชิงพาณิชย์ด้านการถ่ายโอนพลังงานความร้อนร้อยละ 14 ปริมาณเถ้าน้อยกว่าร้อยละ 1.63 และมีค่าดัชนีการแตกร่วนตามมาตรฐาน ASTM โดยเป็นแนวทางในการผลิต
เชื้อเพลิงชีวภาพที่ช่วยลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด