การคัดเลือกและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผสานสารสกัดจากพืชสมุนไพรในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Colletotrichum sp. และ Lasiodiplodia sp. เชื้อราสาเหตุโรคพืชหลังเก็บเกี่ยว

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธรรมทัต เจริญสุข, ชนิดา ปากหวาน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วีระพล ภาระเวช, อุลัยพร สิงห์ขัน

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานนี้เป็นการคัดเลือกและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผสานสารสกัดจากพืชสมุนไพรในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Colletotrichum sp. และ Lasiodiplodia sp. เชื้อราสาเหตุโรคพืชหลังเก็บเกี่ยว มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาลักษณะอาการของโรค ลักษณะและการเจริญเติบโตของเชื้อรา Colletotrichum sp. และ Lasiodiplodia sp. บนอาหารเลี้ยงเชื้อ PDA 2) เพื่อศึกษาลักษณะของเชื้อรา Colletotrichum sp. และ Lasiodiplodia sp. ที่แยกได้ภายใต้กล้องจุลทรรศน์และทดสอบความสามารถในการทำให้เกิดโรค 3) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดหยาบจากพืชสมุนไพรบางชนิดในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Colletotrichum sp. และ Lasiodiplodia sp. เชื้อราสาเหตุโรคพืชหลังเก็บเกี่ยวในด้านชนิด ระดับความเข้มข้น และระยะเวลาในการสกัด 4) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดหยาบของพืชสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในข้อ 3 ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Colletotrichum sp. และ Lasiodiplodia sp. ในด้าน ส่วนต่างๆของพืช ชนิดของสารสกัด และระดับความเข้มข้น 5) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดหยาบของพืชสมุนไพรจากส่วนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในข้อ 4 ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Colletotrichum sp. และ Lasiodiplodia sp. ใน ด้านสภาพของพืช ระดับความเข้มข้นและระยะเวลาในการสกัด 6) เพื่อคัดเลือกระดับความเข้มข้นที่เหมาะสมของสารสกัดพืชสมุนไพรในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราสาเหตุโรค 7) เพื่อคัดเลือกกระดาษที่เหมาะสมในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นแบบเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อราสาเหตุโรค และ 8) เพื่อคัดเลือกวิธีการที่เหมาะสมของวิธีการเคลือบกระดาษด้วยสารสกัดจากพืชสมุนไพรในการควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อราสาเหตุโรค พบว่า รอยแผลของโรคและโคโลนีของเชื้อรา Colletotrichum sp. ที่แยกได้จากพริก ลักษณะแผลกลมสีน้ำตาล ขอบแผลสีน้ำตาล แผลบุ๋มลง กลางแผลมีสีเข้ม เส้นใยสีขาว โคโลนีฟูหนาแน่น ขอบโคโลนี กลม ขอบเรียบ ใต้โคโลนีสีครีม

รอยแผลของโรคและโคโลนีของเชื้อรา Lasiodiplodia sp. ที่แยกได้จากกล้วย ขั้วหวีสีน้ำตาลดำ

ขอบแผลสีน้ำตาล เส้นใยสีขาวอมเทา โคโลนีฟู บาง ขอบโคโลนีกลม ขอบเรียบ ใต้โคโลนีสีดำ

ลักษณะภายใต้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง พบว่า Colletotrichum sp. มีลักษณะเส้นใยละเอียดหนาแน่น สีขาวอมส้ม เส้นใยภายไม่มีผนังกัน ลักษณะสปอร์ทรงกระบอก ปลายแหลมเรียว คล้ายเสี้ยวพระจันทร์ สอดคล้องกับลักษณะของเชื้อรา Colletotrichum capsici ส่วน Lasiodiplodia sp. มีลักษณะเส้นใยสีขาวอมเทา ฟู ส่วนใหญ่ไม่มีผนังกั้นเซลล์ บางครั้งมีการแตกกิ่งตรงส่วนปลายกลม สปอร์มีสีน้ำตาลเข้ม สอดคล้องกับลักษณะของเชื้อรา Lasiodiplodia theobromae

การยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Colletotrichum sp. โดยใช้ระยะเวลาในการสกัด 2 วัน ที่ระดับความเข้มข้น 10,000 ppm พืชสมุนไพรมีประสิทธิภาพในการยับยั้ง 100% ทั้งหมด ระยะเวลาในการสกัด 7 วัน ระดับความเข้มข้น 5,000 ppm ตะไคร้และขิงมีประสิทธิภาพในการยับยั้งมากที่สุด คือ 100% รองลงมาคือไพล ข่า และกระชาย ตามลำดับ และประสิทธิภาพในการยับยั้งของสารสกัดจะเพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มข้นเพิ่มขึ้น และที่ระดับความเข้มข้น 10,000 ppm สารสกัดหยาบจากพืชสมุนไพรทุกชนิดมีประสิทธิภาพเท่ากันคือ 100%

การยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Lasiodiplodia sp. โดยใช้ระยะเวลาในการสกัด 2 วัน ที่ระดับความเข้มข้น 5,000 ppm ตะไคร้มีประสิทธิภาพในการยับยั้งมากที่สุดคือ 57.39% รองลงมาคือ ขิง กระชาย ข่าและไพล ตามลำดับ ระยะเวลาในการสกัด 7 วัน ระดับความเข้มข้น 5,000 ppm ตะไคร้มีประสิทธิภาพในการยับยั้งมากที่สุด คือ 100% รองลงมาคือ กระชาย ไพล ขิงและข่า ตามลำดับ ประสิทธิภาพในการยับยั้งของสารสกัดจะเพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มข้นเพิ่มขึ้น และที่ระดับความเข้มข้น 10,000 ppm สารสกัดหยาบจากพืชสมุนไพรทุกชนิดมีประสิทธิภาพเท่ากันคือ 100%

ส่วนของตะไคร้ เมื่อนำมาสกัดหยาบมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Colletotrichum sp. และ Lasiodiplodia sp. มากที่สุด คือ ใบ

สารละลายที่นำมาใช้สกัด เมื่อนำมาสกัดหยาบมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ เอทานอล 80 % ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Colletotrichum sp. ที่ระดับความเข้มข้น 10,000 ppm และ Lasiodiplodia sp. ที่ระดับความเข้มข้น 5,000 ppm มีประสิทธิภาพมากที่สุดถึง 100 %

ใบตะไคร้ในสภาพแห้งเมื่อนำมาสกัดหยาบมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Colletotrichum sp. ที่ระดับความเข้มข้น 10,000 ppm ในระยะเวลาการสกัด 7 วัน มีประสิทธิภาพมากที่สุดถึง 100 % และ Lasiodiplodia sp. ที่ระดับความเข้มข้น 5,000 ppm มีประสิทธิภาพมากที่สุดถึง 100 %

ระดับความเข้มข้นของสารสกัดในการยับยั้งการเจริญของเชื้อราสาเหตุโรคที่เหมาะสมคือสารสกัดหยาบจากใบตะไคร้แห้ง ที่สกัดด้วยเอทานอล 80% ที่ความเข้มข้นของ10%

กระดาษเหนียวมีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดในการพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ต่อไปเนื่องดูดซับความชื้นได้ดีแล้วยังเป็นประดาษที่มีเยื่อใยยาว มีความเหนียว มีสีน้ำตาล

กระดาษที่เคลือบด้วยสารสกัดหยาบจากใบตะไคร้แห้งความเข้มข้น 1% ปริมาตร 1000 ไมโครลิตร ผสมกับสารพานาโนไคโตซาน 0.05% ปริมาตร 10 มิลลิลิตร มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราสาเหตุโรคเมื่อเทียบกับระดับความเข้มข้นอื่นๆ