การนำ Deep Neural Network มาพัฒนากระบวนการแปลภาพเป็นสัญญาณที่วัดได้จากเครื่อง fMRI
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ปัญชิกา หล่อธราประเสริฐ
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
พิษณุ จันทรเสวต, กอบชัย ดวงรัตนเลิศ
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ในปี 2553 ทั่วโลกมีผู้ที่ตาบอดสนิทมากถึง 39 ล้านคน (Pascolini and Mariotti) และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆจนถึง 115 ล้านคนในปี 2593 (Flaxman et al.) ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาทุกคนล้วนมีศักยภาพอยู่ในตัว เพื่อแก้ปัญหานี้ จึงมีการคิดค้นวิธีการมากมาย ประจวบเหมาะกับที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ AI (Artificial Intelligence)เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้พวกเรามีคำถามเกิดขึ้นว่า AI จะสามารถเป็นกุญแจสำคัญในสร้างการมองเห็นเทียม (Artificial Vision) ขึ้นมาได้ไหม โดยในการสร้างการมองเห็นเทียมขึ้นมานั้น จะต้องอาศัยสามสิ่ง หนึ่งคืออุปกรณ์รับภาพตรงหน้า สองคืออุปกรณ์กระตุ้นสมอง และสามคือระบบที่ใช้ประมวล โดยในปัจจุบันยังไม่สามารถทำการทดลองจริงเพื่อนำข้อมูลมาสร้างระบบได้ เพราะอุปกรณ์ยังกระตุ้นได้ไม่เฉพาะจุดมากพอ และหากเราเลือกที่จะรอ ก็อาจใช้เวลาหลายสิบปี ถึงอย่างนั้นเราอาจทำให้เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิดได้ ด้วยการนำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วย
ทั้งนี้ได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการแก้ปัญหาที่คล้ายกัน ซึ่งเป็นการสร้างภาพขึ้นมาใหม่จากการทำงานของสมอง ทั้งงานวิจัยที่ศึกษาเมื่อภาพมีความซับซ้อนต่ำ (Miyawaki et al.),(Wen et al.) เป็นภาพเคลื่อนไหว (Naselaris et al.),(Nishimoto et al.) ไปจนถึงภาพที่มีความซับซ้อนสูง (Shen et al.) ซึ่งเราได้นำงานวิจัยเหล่านี้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาระบบการมองเห็นเทียมที่มีประสิทธิภาพต่อไป โดยในเบื้องต้นโครงงานนี้จะทำการศึกษาเพื่อสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่จะแปลภาพเป็นสัญญาณที่วัดได้จากสมอง โดยใช้ Neural Network และ Genarative Adversarial Networks ด้วยความหวังที่ว่าวันหนึ่งเราจะสามารถเข้าใจสมองได้มากพอจนไม่โลกนี้ไม่รู้จักกับคำว่าตาบอดอีกต่อไป