การพัฒนาสนับเข่ากันกระแทกเพื่อลดการแตกหักของกระดูกสำหรับผู้สูงอายุจากวัสดุเชิงประกอบแบบแซนวิชยางธรรมชาติเสริมเส้นใยใบสับปะรดและรำสกัดน้ำมัน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธราธิป แสงอรุณ, พลาจักษณ์ ปานเกษม

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ขุนทอง คล้ายทอง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การพลัดตกหกล้มเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุเสียชีวิต โดยทั่วโลกมีผู้สูงอายุเสียชีวิตจากการพลัด ตกหกล้มในปี พ.ศ. 2555 เฉลี่ยวันละ 1,160 คน และมารคาดการณ์แนวโน้มว่าในปี พ.ศ. 2560 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุพลัดตกหกล้มมากถึง 3,030,900 - 4,714,800 คน โดยปัญหาดังกล่าวสามารถจัดการได้โดยอาศัยผู้ดูแลต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด หมั่นควบคุมสภาพแวดล้อมในที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ป้องกันตัว เช่น ผ้ารัดเข่า สายรัดพยุงเข่า และสนับเข่า ซึ่งสนับเข่าถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้สูงอายุเพราะสามารถช่วยพยุงข้อเข่าได้ แต่อย่างไรก็ดีวัสดุในการผลิตสนับเข่ามักจะใช้โฟม พลาสติก หรือยางสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติเชิงกลที่ไม่ได้มาตรฐาน สนับเข่ากันกระแทกเพื่อลดการแตกหักของกระดูกเป็นวัสดุเชิงประกอบแบบวัสดุแซนวิช (Sandwich material) ซึ่งประกอบด้วยแผ่นประกบด้านบนและด้านล่าง วัสดุปกปิดมีความบางแต่มีความแข็งแรงสูงซึ่งใช้เป็นแผ่นยางพาราเสริมเส้นใยใบสับปะรด สวนแกนกลางเป็นวัสดุอ่อนซึ่งใช้เป็นโฟมยางธรรมชาติเสริมรำสกัดน้ำมัน ประกบและแกนถูกยึดเขาด้วยกัน วัสดุแซนวิชถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง และความแข็งแรงของโครงสร้าง โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ มีโครงสร้างเบา (Lightweight Construction) ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะพัฒนาสนับเข่ากันกระแทกเพื่อลดการแตกหักของกระดูกสำหรับผู้สูงอายุจากวัสดุเชิงประกอบแบบแซนวิชยางธรรมชาติเสริมเส้นใยใบสับปะรดและรำสกัดน้ำมัน และศึกษาถึงผลการเติมเส้นใยใบสับปะรดและรำสกัดน้ำมันเพื่อเสริมคุณสมบัติให้กับสนับเข่าเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพของสนับเข่าโฟมยางฟองน้ำในการลดแรงกระแทกสำหรับผู้สูงอายุ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาแนวทางใหม่ในการผลิตภัณฑ์สนับเข่าโฟมยางฟองน้ำที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือมากกว่าสนับเข่าปกติ และยังเป็นการช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นเนื่องจากการเกษตรกรรมอีกทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุธรรมชาติเหล่านั้นได้อีกด้วย