การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพปริมาณซิลิกาที่มีผลต่อการเจริญเติบโตต้นอ่อนของหอมเเดง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

อรจิรา วงศ์พลกานันท์, วนัสรา วงศ์วารเตชะ, กันธิชา เครือฟอง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วันเพ็ญ บุญยรัตน์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานเรื่องการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพปริมาณซิลิกาที่มีผลต่อการเจริญเติบโตต้นอ่อนของหอมเเดงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างเเกลบข้าวที่ผ่านกระบวนการสกัดเป็นเเกลบดำเเละถ่านเเกลบที่ได้จากการเผาตามธรรมชาติที่มีผลต่อการเร่งการเจริญเติบโตต้นอ่อน โดยการทำกาสกัดเเกลบดำด้วยวิธีการสกัดด้วยการนำเเกลบมาเเช่กรดไฮโดรคลอริก(HCL) ความเข้นข้น 3 โมลาร์ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง นำไปผึ่งให้เเห้ง จากนั้นนำเเกลบมาเผาที่อุณหภูมิ 800 °C. เป็นเวลา 3ชั่วโมง30นาที เพื่อล้างสิ่งที่เจือปนมากับเเกลบออก เมื่อทำปฏิกิริยากับไฮโดรคลอริกก่อนนำไปเผาจะทำให้ได้ซิลิกาเพิ่มขึ้นจาก 89.95 เปอร์เซ็นต์เป็น 99.50 เปอร์เซ็นต์ เเละทำการเผาเเกลบตามธรรมชาติโดยมีเชื้อเพลิงคือเศษไม้ที่ช่วยในการเผาให้กลายเป็นถ่านเเกลบเมื่อเผาเป็นถ่านส่วนใหญ่ของสารประกอบอินทรีย์ในแกลบจะเปลี่ยนเป็นคาร์บอนในบรรดาแร่ธาตุที่ถูกเผานี้มีซิลิกา 95 เปอร์เซ็นต์จากนั้นนำสารสกัดจากเเกลบดำเเละถ่านเเกลบมาทดสอบประสิทธิภาพการเจริญเติบโตต้นอ่อนของหอมเเดง ได้เเก่ ความยาวของต้นหอมเเละการเเผ่ขยายของราก โดยการนำสารสกัดจากเเกลบดำเเทนด้วยรหัสC1และC2 และถ่านเเกลบเเทนด้วยรหัสD1และD2 มาเพาะลงในกระถางเพาะปลูกในอัตราส่วนที่เท่ากัน ทิ้งไว้ 7 วัน เเละทำการรดน้ำในปริมาณ 50 มิลลิลิตรในช่วงเวลาเช้า-ช่วงเย็นเป็นเวลา 7 วัน พบว่า ต้นอ่อนของหอมเเดงที่เพาะปลูกด้วยสารสกัดจากเเกลบดำสามารถเร่งการเจริญเติบโตของต้นหอมที่เจริญมาจากหอมเเดงได้ดีกว่าถ่านเเกลบ ได้เเก่ ความยาวของต้นอ่อนเฉลี่ย 0.4 เเละจำนวนการเเผ่ขยายของรากเฉลี่ย 11.45