การศึกษาสภาวะจำลองการงอกและเติบโตของเห็ดเพื่อส่งเสริมการเพาะเห็ดในครัวเรือน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พุทธิชา ฉัตรทอง, รัชชานนท์ วีรชีวิน, อมรพันธ์ สุรินทร์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

นิศารัตน์ เผ่ากันทรากร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์)

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การศึกษาสภาวะจำลองการงอกและเติบโตของเห็ดเพื่อส่งเสริมการเพาะในครัวเรือน เป็นการศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยส่งเสริมการงอกและเติบโตของเห็ด เพื่อศึกษาการพัฒนาสภาวะจำลองการงอกและเติบโตของเห็ดตามธรรมชาติ และเพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาการเพิ่มผลผลิตในการเพาะเห็ด เนื่องจากในปัจจุบันมีการศึกษา และนิยมเพาะเห็ดอย่างแพร่หลาย แต่ต้องให้น้ำเช้าและเย็น เพื่อรักษาความชื้น ซึ่งหากความชื้นต่ำหรือสูงเกินไปจะส่งผลต่อการงอกของเห็ด จึงไม่สะดวกสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลา แต่สามารถใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในการเพาะเห็ด แต่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ไม่เหมาะสำหรับในครัวเรือน

การศึกษา แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการงอกของเห็ด โดยใช้วิธีการสืบค้น สัมภาษณ์ และรวบรวมข้อมูลการงอกของเห็ดในธรรมชาติ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการงอกของเห็ด การเพาะเห็ดในเรือนเพาะ เพื่อเลือกสายพันธุ์ของเห็ดที่เหมาะสำหรับการศึกษาในเรือนเพาะเห็ด ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาวัสดุบุผนังเรือนเพาะเห็ดชนิดต่าง ๆ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบวัสดุที่สามารถเก็บรักษาความชื้น และมีอุณหภูมิภายในต่ำ ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาวิธีการให้น้ำเห็ดรูปแบบต่าง ๆ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบปริมาณน้ำที่ใช้ในการให้น้ำ เปรียบลักษณะของผิวหน้าก้อนเชื้อเห็ด และเลือกวิธีการที่เหมาะสำหรับเรือนเพาะเห็ด ขั้นตอนที่ 4 ศึกษาวิธีการวางและตำแหน่งในการกรีดก้อนเชื้อเห็ด เพื่อเปรียบเทียบการงอกและการเติบโต และปริมาณผลผลิตของเห็ดนางฟ้าภูฐาน โดยจากการศึกษาเบื้องต้น พบว่า เห็ดจะงอกในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นในวัสดุประมาณ 60 – 65 % และความชื้นสัมพันธ์ประมาณ 70 – 80% มีการระบายอากาศเพื่อป้องกันการสะสมของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และต้องได้รับแสงที่เพียงพอ เพื่อกระตุ้นให้เห็ดออกดอกสมบูรณ์ และสายพันธุ์ที่นิยมเพาะคือ เห็ดนางฟ้าภูฐาน ซึ่งผู้ศึกษาจะนำข้อมูลเบื้องต้นไปใช้ในการศึกษาในขั้นตอนที่ 2 – 4 ต่อไป