ความหลากหลายของเมล็ดวัชพืชสะสมแป้งในนาข้าวที่มีศักยภาพในการนามาใช้ผลิตไอซองเอทานอล เพื่อการยืดอายุการเก็บรักษาสับปะรดภูแลตัดแบ่งชิ้นในระหว่างการขนส่ง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ลดามณี ลือคำหาร, วิภาวี อุชัย, จิราภรณ์ อินต๊ะมา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เกียรติศักดิ์ อินราษฎร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การเสื่อมสภาพและการเข้าทำลายของเชื้อจุลินทรีย์เป็นปัญหาสำคัญของสับปะรดภูแลตัดแบ่งชิ้นในระหว่างการขนส่ง โครงงานนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีการยืดอายุการเก็บรักษาสับปะรดภูแลตัดแบ่งชิ้นในระหว่างการขนส่ง โดยใช้ไอซองเอทานอลที่ผลิตมาจากการหมักแป้งจากเมล็ดวัชพืชในนาข้าวด้วยยีสต์ โดยทำการสำรวจความหลากหลายของเมล็ดวัชพืชที่มีการสะสมแป้งในนาข้าว เพื่อวิเคราะห์ปริมาณ amylose และ amylopectin ที่เมล็ดวัชพืชแต่ละชนิดสะสม จากนั้นคัดเลือกเมล็ดวัชพืชที่มีความหนาแน่นของประชากรสูงสุดและมีการสะสมแป้งมากที่สุด เพื่อนำไปใช้ในการหมักเอทานอลด้วยยีสต์ วิเคราะห์ปริมาณและสมบัติของเอทานอลที่ได้เปรียบเทียบกับแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวโพดและแป้งมันสำปะหลัง จากนั้นนำเอทานอลที่ได้ในแต่ละชุดการทดลองมาบรรจุในซองพลาสติก LDPE มาทำการเจาะรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 mm จำนวน 30 รู นำไปใส่ในบรรจุภัณฑ์แอคทีฟที่บรรจุสับปะรดภูแลตัดแบ่งชิ้น จำนวน 3 ผล น้ำหนัก 90 กรัม ทำการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส นาน 7 วัน ทุกๆ วัน ทำการวิเคราะห์ในเรื่องต่างๆ ได้แก่ ความเข้มข้นไอระเหยเอทานอลในบรรยากาศบรรจุภัณฑ์ ความเข้มข้นของเอทานอลในสับปะรดภูแลตัดแบ่งชิ้น ร้อยละการสูญเสียน้ำหนัก ค่าความแน่นเนื้อ สี และปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด งานวิจัยนี้จะเป็นแนวทางหนึ่งในการนำเมล็ดวัชพืชในนาข้าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ช่วยลดการกระจายพันธุ์ของวัชพืชในนาข้าวและช่วยยืดอายุการเก็บรักษาสับปะรดภูแลตัดแบ่งชิ้นผลไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ยาวนานขึ้น