การตรวจสอบเชื้อแบคทีเรียบนอุปกรณ์ในห้องสุขา (หน้าตัดสายชำระ และกระดาษชำระ) ภายในห้องสุขาโรงเรียน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศรุดา ชื่นกมล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

พีรนันท์ ยอดบ่อพลับ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสตรีนนทบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

จากการทดลองตรวจสอบเชื้อแบคทีเรียบนพื้นที่หน้าตัดสายชำระและกระดาษชำระภายในห้องสุขาของโรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus, Escherichia coli และ Salmonella spp. และเปรียบเทียบปริมาณเชื้อที่พบบนพื้นที่หน้าตัดสายชำระที่ทำจากวัสดุที่ต่างกัน ได้แก่ พลาสติกและโครเมียม ด้วยวิธีการทางชีวเคมี และสุ่มตัวอย่างห้องสุขาภายในโรงเรียนจำนวน 3 ห้อง โดยทำการเก็บตัวอย่างเชื้อจาก 2 บริเวณ คือกระดาษชำระ

และหน้าตัดสายชำระ เพื่อเก็บตัวอย่างเชื้อด้วยวิธีการสุ่มแบบ Simple random sampling จากผลการทดลองพบว่าเจอเชื้อแบคทีเรีย S. aureus และ Family Vibrionaceae บนหน้าตัดสายชำระ

ในห้องสุขา 1 ห้อง และพบ Micrococcus spp., CNS (Coagulase Negative Staphylococci)

ทั้งบนกระดาษชำระและหน้าตัดสายชำระในห้องน้ำ 2 ห้อง

ทางคณะผู้จัดได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องของปริมาณเชื้อบนหน้าตัดสายชำระที่ทำจากวัสดุ

ที่แตกต่างกัน หน้าตัดสายชำระที่ทำจากพลาสติกและโลหะชุบโครเมียม โดยวัตถุประสงค์

เพื่อเปรียบเทียบปริมาณเชื้อที่ต่างกันของวัสดุหลังจากการติดตั้งหัวฉีดสายชำระในระยะเวลา

2 สัปดาห์ และทราบถึงชนิดของแบคทีเรียที่พบในวัสดุที่แตกต่างกัน ด้วยวิธีทดสอบทางชีวเคมี

การนับเชื้อแบบ Spread plate และสุ่มตัวอย่างห้องสุขาภายในโรงเรียนเพื่อเก็บตัวอย่างเชื้อด้วยวิธีการสุ่มแบบ Simple random sampling จำนวน 6 ห้อง จากผลการทดลองพบว่า ปริมาณเชื้อสูงสุด 3 อันดับคือ สายชำระหัวพลาสติก ในห้องสุขาอาคาร 3 ฝั่งห้องอาเซียน มีจำนวนแบคทีเรียโดยประมาณ 588.5 CFU/ ml ต่อมาคือ สายชำระหัวพลาสติก ในห้องสุขาอาคาร 6 ชั้น 4 จำนวนแบคทีเรียโดยประมาณอยู่ที่ 65.25 CFU/ ml และ สายชำระหัวโครเมียม ในห้องสุขาอาคาร

3 ฝั่งห้องอาเซียน 5.4 CFU/ ml โดยเมื่อเปรียบเทียบในแต่ละบริเวณนั้น ปริมาณขอแบคทีเรีย

บนหน้าตัดสายชำระแบบพลาสติกมีมากกว่าทุกกลุ่มตัวอย่าง แนวโน้มสูงขึ้นในสัปดาห์ที่สองเช่นกัน