การพัฒนาถุงเพาะชำจากยางพาราที่เสริมเปลือกไข่รูปแบบ air pots สำหรับนำไปใช้ในการปลูกมะเขือเทศเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและป้องกันโรคก้นเน่า

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภัทรวิจิตรา กล่ำเจริญ, มนัสชนก รัตนมณี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ปิยะมาศ เจริญชัย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การศึกษาโครงงานครั้งนี้ มีเป้าหมาย 3 ประการคือ 1) เพื่อศึกษาอัตราส่วนของยางพาราและเปลือกไข่เพื่อนำไปใช้ในการทำวัสดุถุงเพาะชำ 2) เพื่อศึกษาคุณสมบัติของถุงเพาะชำจากยางพาราที่เสริมเปลือกไข่ในรูปแบบ air pots และ 3) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการใช้ถุงเพาะชำจากยางพาราที่เสริมเปลือกไข่ในรูปแบบ air pots คณะผู้จัดทำดำเนินการทดลองโดยนำเปลือกไข่และยางพารามาอบขึ้นรูปเป็นตัวอย่างขนาดเล็ก 4 สูตรโดยมียางพารา : เปลือกไข่ดังนี้ 1.100:0 2.100:25 3.100:50 4.100:75 นำทั้ง 4 สูตรไปคัดเลือกโดยใช้การทดสอบคุณสมบัติเชิงวัสดุ ได้แก่ ทดสอบความยืดหยุ่นด้วยเครื่องวัดแรงดึง ทดสอบวัดค่าแคลเซียมด้วยเครื่อง X-ray Diffractometer (XRD) และทดสอบลักษณะทางกายภาพเชิงวัสดุ แล้วจึงนำสูตรที่ผ่านการคัดเลือกมาขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ 3 มิติที่ออกแบบโดยโปรแกรม fusion 360° มาเปรียบเทียบคุณสมบัติกับกระถางเพาะชำพลาสติกในรูปแบบ air pots โดยเปรียบเทียบลักษณะของรากเมื่อย้ายไปปลูกในดิน เปรียบเทียบการอุ้มน้ำและระบายน้ำโดยการชั่งน้ำหนักก่อนและหลังรดน้ำ จากนั้นทดสอบการย่อยสลายของถุงเพาะชำโดยฝังตัวอย่างยางพาราที่เสริมเปลือกไข่ในดินเป็นเวลา 3 วัน 7 วัน 14 วัน 21 วัน และ 28 วันแล้วเปรียบเทียบน้ำหนักและความหนาระหว่างก่อนฝังลงดินและหลังฝังลงดินตามระยะเวลาที่กำหนด ทดสอบการสลายตัวของแคลเซียมจากถุงเพาะชำด้วยการฝังตัวอย่างยางพาราที่เสริมเปลือกไข่ลงในดินเป็นเวลา 31 วัน เปรียบเทียบลักษณะของรากมะเขือเทศระหว่างก่อนและหลังปลูกลงในถุงเพาะชำเนื่องจากระยะเวลาที่มีจำกัดทำให้เกิดข้อจำกัดในการปลูกมะเขือเทศที่ต้องใช้ระยะเวลานานจึงใช้วิธีการเปรียบเทียบลักษณะรากของต้นกล้ามะเขือเทศเปรียบเทียบการแตกแขนงของรากและปริมาณที่เพิ่มขึ้นของราก

ผลการศึกษาพบว่าในตอนที่ 1 จากการทดสอบเชิงวัสดุจะได้สูตรที่ดีที่สุดคือสูตรที่ 3 คือ ยางพารา 100 กรัม : เปลือกไข่ 50 กรัม ตอนที่ 2 จากการศึกษาคุณสมบัติจะได้ว่าถุงเพาะชำจากยางพาราที่เสริมเปลือกไข่รูปแบบมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับกระถางเพาะชำจาก air pots ไม่ทำให้รากเสียหายและมีการระบายน้ำที่ดี ตอนที่ 3 จากการศึกษาประสิทธิภาพในการใช้ถุงเพาะชำจากยางพาราที่เสริมเปลือกไข่ในรูปแบบ air pots มีการย่อยสลายทุก 3 , 7 , 14 , 21 , 28 วันเนื่องจากมีน้ำหนักก่อนปลูกมากกว่าหลังปลูกในดินรวมถึงเกิดการสลายตัวของแคลเซียม เมื่อนำไปปลูกกับต้นมะเขือเทศมีปริมาณรากและการแตกแขนงที่มากขึ้นกว่าเดิม