การพัฒนาการผลิตกระถางจากใบพชืตะกูลถั่วที่ส่งผลต่อการอนุบาล การเจริญเติบโต และผลผลิตของพืชสวน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สิริยาภรณ์ คำประเทือง, ชนาธิป กมลนัด, ชรัญญา ภารประสาท

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ชุมพล ชารีแสน, วีระชัย วรรณวิชิต

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนดอนจานวิทยาคม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

พลาสติกเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ใช้งานได้หลากหลายและสะดวก ทำให้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลก จากรายงานของกรมควบคุมมลพิษกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพบว่าในปี 2555 มีขยะพลาสติกจากภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศประมาณ 2.1 ล้านตันเพิ่มขึ้นจากปีพ.ศ. 2554 ประมาณ 0.3 ล้านตันจากการที่พลาสติกมีคุณสมบัติยากต่อการสลายตัวและเสื่อมสภาพทำให้ขยะมูลฝอยประเภทพลาสติกคงอยู่ในสภาพแวดล้อมได้เป็นเวลานานก่อให้เกิดเป็นภาระในการจัดการและกำจัดเป็นอย่างมากส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และพลาสติกบางชนิดหากเกิดการเผาไหม้จะทาให้เกิดควันพิษในอากาศหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุภาวะโลกร้อน (ชาญวิทย์ โฆษิตานนท์ : 2558)

ปัจจุบันในการทำการเกษตรมีการใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกมากมายโดยเฉพาะเกษตรกรที่เพาะพันธุ์พืชจำหน่ายหรือเพื่อเพาะพันธุ์ไว้ปลูกลงดินเองก็ตามก็จะซื้อถาดพลาสติกมาเพื่อเพาะพันธุ์พอต้นกล้าขนาดโตเต็มที่แล้วเกษตรกรก็จะนำส่วนที่เป็นถาดเพาะที่ชำรุดแล้วนั้น ไปเผาหรือไปทิ้งซึ่งพลาสติกนั่นมันย่อยสลายยากและก่อให้เกิดมลพิษ

คณะผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการนำวัสดุจากธรรมชาติที่มีในท้องถิ่นมาทำกระถาง นอกจากนี่แล้วยังพบว่าดินปลูกส่วนใหญ่ที่เกษตรกรใช้จะมีส่วนผสมของใบก้ามปูซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่ว ซึ่งพืชตระกูลถั่วมักพบในบริเวณหมู่บ้านก็อย่างเช่น ต้นก้ามปู ต้นหางนกยูง ซึ่งจากการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ใบของต้นที่ได้กล่าวมานั้นอุดมไปด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชเช่นไนโตรเจน(ชมพูและคณะ, 2550) และนอกจากนี้ยังพบว่าใบพืชตระกูลถั่วเหล่านี้นั้นเป็นส่วนผสมในการทำปุ๋ยหมักหรือวัสดุที่ใช้ในการปลูกพืชต่างๆ (ชนะ วันหนุน, มปป) ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงสนใจจะศึกษาการพัฒนาการผลิตกระถางจากใบพชืตะกูลถั่วที่ส่งผลต่อการอนุบาล การเจริญเติบโต และผลผลิตของพืชสวน