การศึกษาการเจริญเติบโตของต้นอ่อนทานตะวันจากสนามแม่เหล็กที่เกิดจาก ขดลวดโซลินอยด์
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ชนากานต์ วงษ์สงฆ์, ลาภินี อ่ำดี
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
พัชริดา คงแคล้ว
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ต้นอ่อนทานตะวันเป็นพืชที่มีสรรพคุณมากมาย และใช้เวลาในการเพาะปลูกไม่นานนักจึงเป็นที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ดังนั้นทางคณะผู้จัดจึงมีความสนใจศึกษาการเจริญเติบโตของต้นอ่อนทานตะวันจากสนามแม่เหล็กที่เกิดจากขดลวดโซลินอยด์โดยมี 2 องค์ประกอบที่สำคัญ คือ การสร้างอุปกรณ์การทดลองมีการนำลวดลวดทองแดงขนาด 4 มิลลิเมตร มาขดเป็นเกลียวที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 7.5 เซนติเมตร ขนาดแตกต่างกัน 3 ขนาด คือ 10, 15 และ 20 รอบ มีความเข้มของสนามแม่เหล็กที่ 0.180, 0.192 และ 0.202 มิลลิเทสลา (mT) ตามลำดับ ซึ่งจะถูกนำมาต่อกับแหล่งจ่ายไฟ (Power supply) และการเพาะปลูกต้องนำมาแช่น้ำจนกระทั่งมีรากงอกก่อน นำมาเพาะปลูกลงดินเป็นเวลา 1 วัน โดยใส่กระถางที่มีขนาดความกว้างและสูง 3 x 5 เซนติเมตร การทดลอง ได้มีการควบคุมด้วยวิธีธรรมชาติที่มีความเข้มของสนามแม่เหล็กที่ 0.032 มิลลิเทสลา และการใช้สนามแม่เหล็กที่เกิดจากขดลวดโซลินอยด์ทั้งในทิศขึ้นและทิศลงเป็นเวลา 6 ชั่วโมง จำนวน 3 วัน (18.00 - 24.00 น.) จำนวน 15 คร้ังต่อการทดลองและนำมาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตด้วยการวัดความสูง น้ำหนัก และการพิจารณาโครงสร้างภายในของพืช (cross section) ที่บริเวณลำต้นและราก จากการทดลองควบคุม ด้วยวิธีธรรมชาติพบว่า โดยเฉลี่ยมีความสูง 9.02 เซนติเมตร และน้ำหนัก 0.387 กรัม และการใช้สนามแม่ไม่เหล็กที่เกิดจากขดลวดโซลินอยด์ที่จำนวน 10, 15 และ 20 รอบ พบว่าโดยเฉลี่ยมีความสูง 15.04 (ทิศลง), 14.13 (ทิศลง) และ 13.76 (ทิศลง) เซนติเมตร และน้ำหนัก 0.805 (ทิศลง), 0.746 (ทิศลง) และ 0.701 (ทิศลง) กรัม ตามลำดับ และโครงสร้างภายในของพืชที่บริเวณลำต้นและรากไม่มีความแตกต่างกัน ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า สนามแม่เหล็กที่เกิดจากขดลวดโซลินอยด์ที่ 10 รอบในทิศลงให้การเจริญเติบโตทางด้านความสูงและน้าหนักดีที่สุดถึง 66.74 และ 108.01 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับการควบคุมด้วยวิธีธรรมชาติ และสามารถวิเคราะห์ได้ว่าสนามแม่เหล็กมีผลต่อการเจริญเติบโตในลักษณะกระตุ้นการเจริญเติบโต ซึ่งสามารถนามาประยุกต์ใช้ในด้านเกษตรกรรมและนำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุง พืชพันธุ์อื่นๆได้อีกด้วย