การศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดใบรางจืดต่อการกำจัดยาฆ่าเเมลงในผัก

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

เมธาวี นาคศูนย์, ทักษพร สุประดิษฐ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

พชรมน รักษทิพย์, กาญจนาภรน์ ชูช่วย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนพรหมคีรีพิทยาคม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บทนำ

เนื่องจากในปัจจุบันประชากรมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงต้องผลิตอาหารให้เพียงพอแก่ประชากรในปัจจุบัน ทำให้มีการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าช่วยในการผลิตอาหารให้เพียงพอแก่การบริโภค เช่น มีการนำสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเข้าช่วยในการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิต และกำจัดศัตรูพืช เป็นเหตุให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ เพราะสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทุกชนิดเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต หากใช้เกินความจำเป็นหรือ ขาดความระมัดระวังในการใช้แล้ว จะทำให้สารตกค้างหลงเหลืออยู่ในอาหารและสิ่งแวดล้อมได้

ในปัจจุบันผักและผลไม้ที่เรานำมาบริโภคเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงกลับมีโทษเพราะมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ตกค้างอยู่ซึ่งส่งผลเสียมากมาย อาการของผู้ได้รับสารพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตกค้างเป็นประจำทำให้ร่างกายอ่อนแอ ขาดความต้านทานโรค มีอาการปรากฏเช่น วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หายใจขัด หัวใจอาจหยุดเต้นได้ จากการศึกษาพบว่ามีพืชสมุนไพรที่สามารถล้าง สารพิษจากร่างกายได้ คือ รางจืด ดังนั้นผู้ทำโครงงานจึงสนใจที่จะศึกษาการนำใบรางจืดมาล้างสารพิษ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปในชีวิตประจำวัน จะทำให้เราได้บริโภคผักที่ปลอดสารพิษ ในปี2562 มีการตรวจสอบแล้วพบว่ากวางตุ้งเป็นผักที่มีสารพิษตกค้างมาก จึงทำให้ผู้ทำโครงงานเลือกใช้กวางตุ้งเป็นผักตัวอย่างในการทดสอบล้างสารพิษโดยใช้น้ำคั้นจากใบรางจืด

โครงงานของเรามีการนำมาพัฒนาต่อยอดศึกษาต่อจากโครงงานเรื่อง ‘รางจืดล้างพิษ’ โดยโครงงานที่เรานำมาต่อยอดมีการทดลองแล้วว่าระหว่างน้ำคั้นใบรางจืดกับน้ำต้มใบรางจืดอะไรสามารถกำจัดสารพิษได้มากกว่ากัน ผลสรุปคือน้ำคั้นใบรางจืดสามารถล้างสารพิษได้ดีกว่าและเขาได้สรุปมาแล้วว่าระยะเวลาที่ใช้ในการแช่ผักแล้วได้ประสิทธิภาพในที่สุดคือ25นาที เราจึงทดลองโดยการใช้น้ำคั้นใบรางจืดและน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชูกับด่างทับทิม เพื่อทดลองว่าอะไรสามารถล้างสารพิษได้ดีกว่ากัน โดยใช้ระยะเวลา25นาที และใช้ชุดทอสอบGTในการทดสอบหาปริมาณสารเคมีที่ตกค้างเพื่อหาผลสรุปว่าอะไรที่สามารถล้างสารพิษได้ดีที่สุด โดยใช้กวางตุ้งเป็นพืชตัวอย่างในการทดลอง

ปัญหา

มีสารพิษตกค้างในผักที่เรานำมาบริโภค

สมมติฐาน

น้ำรางจืดสามารถล้างสารเคมีที่ตกค้างในผักได้ดีกว่าการล้างด้วยน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชูและด่างทับทิมทำ

กระบวนการในการทำโครงงาน

อุปกรณ์และวิธีการทดลอง

  1. ศึกษาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการล้างพิษ คือ รางจืด

  2. เตรียมอุปกรณ์การทดลอง ได้แก่

  1. รางจืด 1 กิโลกรัม

  2. ผักกวางตุ้ง 500 กรัม

  3. บีกเกอร์

  4. มีด

  5. เครื่องชั่ง

  6. ชุดทดสอบยาฆ่าแมลง / สารพิษตกค้าง “จีที”

7.อุปกรณ์ระเหย

  1. หลอดทดลอง

  2. หลอดหยด

  3. ครก

  4. เขียง

  5. ยาฆ่าแมลง

  6. ตะเกียงแอลกอฮอล์

  1. นำรางจืด 1 กิโลกรัมมาโขลกคั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำปริมาตร 1 ลิตร

4.นำผักกวางตุ้ง 500 กรัม มาชุบน้ำยาฆ่าแมลงแล้วมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ

5.นำผักกวางตุ้งที่หั่นแล้วมาแช่ในน้ำรางจืดที่ได้จากการคั้น ซึ่งจะแช่ไว้ในบีกเกอร์เป็นเวลา25นาที จากนั้นนำผักไปบดทดสอบด้วยชุดทดสอบGT เพื่อเปรียบเทียบปริมาณสารเคมีกำจัดศัตรูพืช

  1. ทำซ้ำในข้อที่ 5โดยเปลี่ยนจากน้ำรางจืดคั้น มาเป็นน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชูและ

ด่างทับทิม

การวิเคราะห์ข้อมูล วิธีการ/เทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1.ขั้นตอนการทดสอบสารพิษตกค้างในผักกวางตุ้ง

1.1 บดผักกวางตุ้งให้ละเอียด จำนวน 5 กรัม ใส่ในขวด เติมน้ำยา Solvent – 1 จำนวน 1 ซีซี เขย่านาน 1 นาที ทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาที

1.2 ดูดน้ำยา Solvent – 1 ในขวดมา 1 ซีซี ลงไปในหลอดแก้วทดลอง จากนั้นเติมน้ำยา Solvent – 2 จำนวน 1 ซีซี ลงไปในหลอดทดลองเดียวกันและนำไประเหย

1.3 การระเหยจะระเหยด้วยอุปกรณ์ระเหยโดยต่อปั๊มลมเข้ากับสายยางและหลอดหยดแก้ว จุ่มลงไปในหลอดทดลอง เปิดเครื่องปั๊มลมให้เป่าลมลงไปในหลอดแก้ว ระเหยจนกว่าสารสกัดระเหยจนหมด

1.4 ถ้าระเหยจนสารระเหยหมดหรือสารสกัดไม่มีสีหรือมีสีเพียงเล็กน้อย ก็สามารถนำไปตรวจสอบต่อไป

2.ขั้นตอนการตรวจสอบ

2.1 นำสารจาก Solvent – 2 ลงไปในหลอดทดลอง หลอดละ 0.25 มิลลิลิตร

2.2 หยดสาร GT ลงไป แล้วเขย่าให้เข้ากัน

2.3 สังเกตสีหลังจากเขย่าเสร็จ

3.ขั้นตอนการประเมินผล

3.1 ประเมินผลแบบการเปรียบเทียบสี

เปรียบเทียบสีผลการประเมิน

สีอ่อนไม่พบสารพิษตกค้าง

สีเข้มพบสารพิษตกค้าง

เปรียบเทียบสีผลการประเมิน

สีอ่อนไม่พบสารพิษตกค้าง

สีเข้มพบสารพิษตกค้าง

3.2 ประเมินผลแบบการคิดค่าเฉลี่ยและร้อยละ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. อยากทราบว่าน้ำรางจืดสามารถล้างสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในผักได้หรือไม่

2.ได้รู้ระยะเวลาที่เหมาะสมในการล้างสารเคมีกำจัดศัตรูพืช

  1. ได้เปรียบเทียบการล้างสารพิษในผักระหว่างการล้างด้วยน้ำคั้นใบรางจืดกับน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชูและด่างทับทิมว่าอะไรดีว่ากัน สมมติฐาน