การศึกษาการหมุนของลูกสะแบงดัดแปลงเป็นกังหันลมแนวแกนตั้ง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

รัฐชัย ตั้งตรีวีระกุล, ภาษร แววสุขสม, ภาณุมาศ ลาภไธสง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ปิยะวรรณ มุลาลี

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนรร.เมืองพลพิทยาคม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง การศึกษาการหมุนของลูกสะแบงดัดแปลงเป็นกังหันลมแนวแกนตั้ง เป็นการศึกษาทดลองการหมุนของลูกสะแบง มาพัฒนาต่อให้เกิดประโยชน์โดยการผลิตเป็นกังหันลมแนวตั้ง ซึ่งการศึกษาทดลองแบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอนคือ

​ขั้นตอนที่ 1 นำลูกสะแบงมาชั่งน้ำหนัก พบว่ากลุ่มน้ำหนัก 0.30-0.39 กรัมเหมาะที่จะนำมาทดลองมากที่สุดและมีปริมาณมากพอที่จะทดลอง แบ่งกลุ่มจากระยะห่างของปีก 2 ข้างว่ามีความกว้างประมาณเท่าใด แล้วจำแนกตามระยะห่างของปีก ได้ 12 กลุ่ม ดังนี้ ระยะห่างของปีก 3 เซนติเมตร,ระยะห่างของปีก 3.5 เซนติเมตร,ระยะห่างของปีก 4 เซนติเมตร,ระยะห่างของปีก 4.5 เซนติเมตร,ระยะห่างของปีก 5 เซนติเมตร,ระยะห่างของปีก 5.5 เซนติเมตร,ระยะห่างของปีก 6 เซนติเมตร,ระยะห่างของปีก 6.5 เซนติเมตร,ระยะห่างของปีก 7 เซนติเมตร,ระยะห่างของปีก 7.5 เซนติเมตร,ระยะห่างของปีก 8 เซนติเมตร,ระยะห่างของปีก 8.5 เซนติเมตร

นำมาทดลองโดยการปล่อยลงมาในระดับความสูง 6 เมตรเพื่อดูการหมุนของลูกสะเเบง​​​​ขั้นตอนที่ 2 นำข้อมูลที่ได้จากการทดลอง มาหาค่าเฉลี่ยต่างๆของแต่ละกลุ่มมาพิจารณาหาค่าที่ใกล้เคียงกับจุดประสงค์มากที่สุด ค่านั้นจะต้องมีอัตราการหมุนมากที่สุดในหน่วยรอบต่อวินาที คาบน้อยที่สุดในหน่วยวินาที ความถี่มากที่สุดในหน่วยรอบต่อวินาที เป็นต้น อัตราเร็วเชิงมุมที่มากที่สุดในหน่วยเรเดียนต่อวินาที ซึ่งมีค่าผลการทดลอง คือ อัตราการหมุนเฉลี่ย 1.24 รอบต่อวินาที คาบเฉลี่ย 0.12 วินาที ความถี่เฉลี่ย 9.06 รอบต่อวินาที อัตราเร็วเชิงมุมเฉลี่ย 55.31 เรเดียนต่อวินาที เป็นต้น ดังนั้นกลุ่มที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับจุประสงค์ที่มากที่สุด คือ กลุ่มที่มีระยะห่างของปีก_เซนติเมตร

​ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาการประดิษฐ์กังหันลม วัสดุที่ใช้ในการประดิษฐ์ แล้วจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้มาก และใช้ต้นทุนน้อยที่สุดแต่ต้องมีประสิทธิภาพควบคู่กันไปด้วย นำวัสดุที่ได้จากการศึกษามาประดิษฐ์เป็นกังหันลม แล้วทดลองใช้กังหันลมที่ได้จากการศึกษาข้อมูลข้างต้น ว่ามีประสิทธิภาพตามที่กำหนดไว้ได้มากน้อยเพียงใด ใช้งานได้หรือไม่ มีความคงทนมากน้อยเพียงใด