การศึกษาประสิทธิภาพของพลาสติกชีวภาพจากแป้งข้าวโพดเพื่อนําไปพัฒนาเป็นเฝือกอ่อน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กรวรรณ กาญจนภิญพงศ์, ศิรัญญา ฉิมพวัน, พรสินี เชียงกา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ปิยะนุช เขียวอร่าม

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันเฝือกอ่อนเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับใช้ในการดามกระดูก ข้อต่อ และรวมไปถึงโครงสร้างอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเช่น กล้ามเนื้อ เอ็น เส้นเอ็น และเนื้อเยื่อ โดยวัสดุที่นิยมนำมาทำเฝือกอ่อน ได้แก่ปูนปลาสเตอร์ และไฟเบอร์กลาส ซึ่งวัสดุทั้งสองนั้นเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากเป็นวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ที่ย่อยสลายได้ยาก ดังนั้นผู้จัดทำจึงได้พัฒนาวัสดุทางเลือกสำหรับทำเฝือกจากพลาสติกชีวภาพจากแป้งข้าวโพดซึ่งสามารถย่อยสลายในธรรมชาติได้ โดยในโครงงานนี้ได้ใช้เฝือกอ่อนจากปูนพลาสเตอร์เป็นตัวเปรียบเทียบกับเฝือกอ่อนจากพลาสติกชีวภาพแป้งข้าวโพด ที่เกิดจากการนำแป้งข้าวโพด 10 g กลีเซอรอล 4 ml น้ำส้มสายชู 16 ml และน้ำกลั่น 100 ml มาผสมกันแล้วให้ความร้อน 300°C เป็นเวลา 30 นาที กวนด้วยแรง 400 rpm หลังจากนั้นนำเข้าตู้อบที่อุณหภูมิ 60°C เป็นเวลา 40 hr แล้วนำพลาสติดชีวภาพที่ได้มาวัดค่าความหนาโดย Vernier Calipers, ความแข็งและความยืดหยุ่นโดยเครื่อง Universal Testing Machine, การกันน้ำโดยให้ค่ามุมสัมผัสจากวิธี Contact angle, น้ำหนักโดยเครื่องชั่งดิจิตอล, การย่อยสลายในดินโดยคิดค่าเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักที่หายไป, การระบายอากาศโดยเปรียบเทียบความเร็วลมด้านหน้าและด้านหลังของวัตถุ และการระบายความร้อนโดยเปรียบเทียบอุณหภูมิของวัตถุด้านที่ได้รับความร้อนและด้านที่ไม่ได้รับความร้อนโดยตรง แล้วนำค่าที่ได้มาเปรียบเทียบกับค่าของเฝือกอ่อนจากปูนพลาสเตอร์ ผลที่ได้พบว่าพลาสติกชีวภาพจากแป้งข้าวโพดมีค่าความหนา, ความแข็ง, ความยืดหยุ่น, น้ำหนัก, การระบายอากาศ, และการระบายความร้อน ใกล้เคียงกับเฝือกอ่อนจากปูนพลาสเตอร์ แต่ยังสามารถกันน้ำ รวมทั้งสามารถย่อยสลายในดินได้ดี ดังนั้นพลาสติกชีวภาพจากแป้งข้าวโพดจึงสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุทางเลือกแทนเฝือกอ่อนจากปูนพลาสเตอร์ได้