การประยุกต์ใช้กากน้ำตาลเป็นแหล่งคาร์บอนสำหรับการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพโดยแบคทีเรียที่คัดแยกจากดินปนเปื้อนน้ำมัน
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ณัฏฐพัชร ธนกิจรุ่งไพศาล, ธนาณัติ คนอยู่, ภูวเมศฐ์ ปิ่นพงศ์รัตน์
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
วิษณุ เลี้ยงอำนวย
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
โครงงานเรื่อง การประยุกต์ใช้กากน้ำตาลเป็นแหล่งคาร์บอนสำหรับการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพโดยแบคทีเรียที่คัดแยกจากดินปนเปื้อนน้ำมัน มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อคัดแยกและคัดเลือกแบคทีเรียที่สามารถผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพจากดินปนเปื้อนน้ำมัน (2) เพื่อศึกษาปริมาณกากน้ำตาลที่เหมาะสมในการเป็นแหล่งคาร์บอนที่ใช้ในการเจริญของแบคทีเรีย (3) เพื่อทดสอบกิจกรรมการเกิดอิมัลชัน จากการศึกษาพบว่า ในดินที่มีการปนเปื้อนน้ำมันมีค่าพีเอชเป็นกรดอ่อนและเป็นกลาง เมื่อนำดินทั้ง 3 ตัวอย่างมาคัดแยกแบคทีเรีย พบว่ามีแบคทีเรียในปริมาณใกล้เคียงกันและมีลักษณะคล้ายกัน สามารถคัดเลือกได้จำนวน 8 ไอโซเลท จากนั้นนำมาจุดลงในอาหารแร่ธาตุที่มีส่วนผสมของเมทิลีนบลูเพื่อเป็นการยืนยันความสามารถในการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ โดยไอโซเลทที่ 3.1 มีความสามารถในการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพดีที่สุด โดยวัดจากขนาดของโซนใสที่เกิดขึ้น เมื่อเพาะเลี้ยงเป็นระยะเวลา 120 ชั่วโมง มีค่าเท่ากับ 1.57 เซนติเมตร ซึ่งสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญของแบคทีเรีย คือเลี้ยงในอาหารแร่ธาตุที่มีกากน้ำตาลร้อยละ 15 โดยปริมาตร มีปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์ 1.61 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร เพาะเลี้ยงที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 72 ชั่วโมง เมื่อสกัดแยกสารลดแรงตึงผิวชีวภาพจากเซลล์ของแบคทีเรีย ด้วยวิธีการให้ความร้อนร่วมกับความดันเป็นเวลา 120 นาที สารแขวนลอยเซลล์ที่ได้มีความสามารถในการเกิดอิมัลชันทั้งในน้ำมันพืชและในเฮกเซน และทำให้หยดน้ำมันพืชแตกตัวสูงสุด แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการลดแรงตึงผิว โดยมีกิจกรรมการเกิดอิมัลชันสูงที่สุดที่อุณหภูมิ 28 องศาเซลเซียส ค่าพีเอช 7 อีกทั้งยังพบว่า โซเดียมคลอไรด์ที่ความเข้มข้นต่าง ๆ ไม่ส่งผลต่อกิจกรรมการเกิดอิมัลชัน