ผลิตภัณฑ์ประคบร้อนสำหรับผู้ป่วยโรคตากุ้งยิงจากแคลเซียมออกไซด์
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
สรัลพร ภาโยธี, ชลกานต์ สมอฝาก, ขวัญมีนา ยิ้มสาระ
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ดารณี ไชยเวช
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
เนื่องจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยเลย เป็นโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ และเป็นโรงเรียนประจำ จึงมีโรงครัวขนาดใหญ่สำหรับบริการนักเรียน ทำให้หลังการประกอบอาหารแล้วมีเปลือกไข่เหลือทิ้ง และไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมากในแต่ละวัน จากการสืบค้นข้อมูลพบว่าภายในเปลือกไข่นั้นมีองค์ประกอบของแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) มากถึง 98.2% , แมกนีเซียมคาร์บอเนต (MgCO3) 0.9% , แคลเซียมฟอสเฟต (Ca3(PO4)2) 0.9% ของน้ำหนักเปลือกไข่ ที่เหลือเป็นแร่ธาตุต่าง ๆ รวมทั้งโปรตีนและน้ำ และยังพบว่าเมื่อนำแคลเซียมออกไซด์ (CaO) ที่ได้จากการเผาเปลือกไข่ไปทำปฏิกิริยากับน้ำแล้ว จะทำให้ เกิดปฏิกิริยาการคายความร้อนได้สูงถึง 100 องศาเซลเซียส และยังสามารถเกิดปฏิกิริยากันได้อย่างรวดเร็ว
คณะผู้จัดทำจึงมีความสนใจในการนำเอาพลังงานความร้อนที่ได้ไปใช้ในผลิตภัณฑ์ประคบร้อน เพราะ การประคบร้อนนั้นสามารถบรรเทาและรักษาได้หลายอาการ อย่างเช่น อาการปวดหลังเรื้อรัง, ข้ออักเสบ, ตะคริว รวมไปถึงการรักษาในผู้ป่วยที่เป็นโรคตากุ้งยิง การประคบร้อนที่อุณหภูมิ 40 – 60 องศาเซลเซียส ประมาณ 5-10 นาที วันละ 2-3 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการปวดและช่วยให้หายได้เร็วขึ้น แต่การประคบร้อนโดยทั่วไปนั้น ใช้เวลานานทั้งยังยุ่งยากในการเตรียมอุปกรณ์ ผู้จัดทำจึงได้มีการประยุกต์ถุงประคบร้อนให้มีอุณหภูมิและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการประคบร้อนบริเวณดวงตาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคตากุ้งยิงโดยใช้พลังงานจากความร้อนจากปฏิกิริยาการคายความร้อนของแคลเซียมออกไซด์ (CaO) กับน้ำ
โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ประคบร้อนให้มีอุณหภูมิและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับการประคบร้อนบริเวณดวงตา สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคตากุ้งยิง 2) เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมระหว่างแคลเซียมออกไซด์ (CaO) กับน้ำ ที่นำไปใช้ในการเกิดปฏิกิริยาการคายความร้อนในผลิตภัณฑ์ประคบร้อน
ประโยชน์จากการทำโครงงานนี้คือได้ผลิตภัณฑ์ประคบร้อนที่เหมาะสมกับการประคบร้อนบริเวณดวงตาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคตากุ้งยิงช่วยลดระยะเวลาและลดขั้นตอนในการเตรียมอุปกรณ์ได้จริงและที่สำคัญเป็นการนำเอาเปลือกไข่ที่เหลือทิ้งมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด