การศึกษาและพัฒนาถาดเพาะต้นกล้านาโยนจากเส้นใยธรรมชาติ เสริมประสิทธิภาพด้วยขี้เถ้าแกลบและกากถั่วเหลือง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

นภกานต์ นาคพันธ์, อติกานต์ หนองหารพิทักษ์, ภูริชญา แสงกล้า

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

น้ำทิพย์ ศรีแก้ว

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานการศึกษาและพัฒนาถาดเพาะต้นกล้านาโยนจากเส้นใยธรรมชาติ เสริมประสิทธิภาพด้วยขี้เถ้าแกลบ และกากถั่วเหลือง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาถาดเพาะต้นกล้านาโยนจากเส้นใยธรรมชาติ เสริมประสิทธิภาพด้วยขี้เถ้าแกลบ และกากถั่วเหลือง โดยแบ่งกระบวนการทดลองเป็น 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การเตรียมเส้นใยผักตบชวาโดยการต้มในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์(NaOH) และการเตรียมตัวประสาน คือ น้ำแป้งมันสำปะหลังโดยใช้อัตราส่วนแป้งมันสำปะหลังต่อน้ำสะอาด 3:20 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร 2) ขึ้นรูป ชิ้นตัวอย่างถาดเพาะต้นกล้านาโยนซึ่งเสริมประสิทธิภาพด้วยขี้เถ้าแกลบ และกากถั่วเหลือง โดยใช้อัตราส่วนเส้นใยผักตบชวาต่อน้ำแป้งมันสำปะหลัง คือ 1:4 1:5 1:6 1:7 1:8 และ 1:4 (ไม่ใส่ตัวเสริมประสิทธิภาพ) โดยน้ำหนักต่อปริมาตรตามลำดับ 3) การทดสอบประสิทธิภาพชิ้นตัวอย่างของถาดเพาะต้นกล้านา โยนโดยศึกษาลักษณะทางกายภาพ การดูดซับน้ำ การพองตัวของถาดเพาะตามความหนา และความพรุนของชิ้นตัวอย่าง 4) การขึ้นรูปถาดเพาะต้นกล้านาโยนโดยใช้อัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุดมาขึ้นรูปเป็นถาดเพาะต้นกล้า 5) การเพาะต้นกล้านาโยนเป็นเวลา 15 วัน 6) การศึกษาและเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของต้นกล้า จากการศึกษาพบว่าอัตราส่วนของเส้นใยผักตบชวาต่อแป้งมันสำปะหลังที่เหมาะสมที่สุดต่อการนำไปขึ้นรูปเป็นถาดเพาะต้นกล้านาโยนคือ 1:6 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร เนื่องจากมีลักษณะทางกายภาพที่ดี สามารถขึ้นรูปได้ดี คงทนต่อน้ำ และมีค่าการดูดซับร้อยละ 543 ค่าการพองตัวตามความหนาร้อยละ 162.7 ค่าความพรุนร้อยละ 81.1 และมีค่าวัดแรงดึงอยู่ที่ 758.4 นิวตัน ซึ่งเป็นค่าที่ไม่สูงและไม่ต่ำมากจนเกินไป เพราะถ้าค่าการทดสอบสูงมากจะทำให้ถาดเพาะใช้งานได้ไม่ดี เช่น ถ้าค่าความพรุนสูง อาจทำให้ย่อยสลายก่อนเวลาอันควร และเมื่อบันทึกข้อมูลจากลักษณะการเจริญเติบโตของต้นกล้าในแต่ละถาด โดยวัดจากความสูงของลำต้น ความกว้างของใบ บันทึกผลเป็นช่วงละ 3 วัน 5 ช่วง โดยสังเกตทุกต้น-ทุกใบในแปลงนาจำลองแล้วหาค่าเฉลี่ยจาก 12 กอ จะได้ 2 ชุดข้อมูล จากนั้นวัดความยาวราก ความกว้างกาบใบ ความยาวจากโคน-ยอดใบและเส้นผ่านศูนย์กลางรากของต้นกล้าหลังปักดำอายุ 15 วัน โดยคัดเลือกจากต้นที่สูงที่สุดจากถาดเพาะที่ใช้ทั้งสองยังพบว่าต้นกล้าที่ใช้ถาดเพาะเส้นใยผักตบชวามีการเจริญเติบโตดีกว่าถาดเพาะพลาสติก ทั้งความสูงของต้นกล้า ความกว้างของใบ จำนวนใบ ความกว้างเฉลี่ยของใบ ความยาวเฉลี่ยของใบ ความกว้างเฉลี่ยกาบใบและเส้นผ่านศูนย์กลางรากเฉลี่ย และยังสามารถใช้แทนถาดเพาะพลาสติกได้