การศึกษาการทำผลิตภัณฑ์ขนมไดฟูกุจากข้าวชนิดที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ชนิกานต์ สง่าสงเคราะห์, เพียงพุทธ เมฆพิพัฒน์พร, พิชาพร ทรัพย์สวนแตง
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
นริศตา ด้วงต้อย, ศุภจินต์ มีมุข
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
การศึกษาการทำขนมไดฟุกุจากข้าวชนิดที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในข้าวชนิดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมของข้าวชนิดต่างๆในการทำผลิตภัณฑ์ขนมไดฟูกุ ศึกษาอุณหภูมิ ระยะเวลาและภาชนะที่เหมาะสมในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ขนมไดฟูกุ และศึกษาคุณสมบัติทางประสาทสัมผัสของขนมไดฟูกุที่ทำจากข้าวชนิดต่างๆโดยแบ่งการทดลองเป็น 4 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ศึกษาปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในข้าวชนิดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ พบว่า ผลศึกษาปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในข้าวชนิดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระข้าวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด คือ ข้าวไรซ์เบอรี่ 62.31 รองลงมาคือ ข้าวกล้องสีนิล 43.67 และ ข้าวก่ำดอยมูเซอ 21.57 ตอนที่ 2 ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมของข้าวชนิดต่างๆในการทำผลิตภัณฑ์ขนมไดฟูกุ พบว่า อัตราส่วนที่เหมาะสมของข้าวชนิดต่างๆในการทำผลิตภัณฑ์ขนมไดฟูกุ อัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุด คือ สูตรที่ 2 ข้าว 3 ช้อนโต๊ะ: แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วยตวง : น้ำ 1 ถ้วยตวง : น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ โดยผลการทดสอบทางประสาทสัมผัสมีค่าร้อยละในด้านความเหนียว ความนุ่ม สี กลิ่น และความชอบโดยรวม เกินร้อยละ 88 ตอนที่ 3 ศึกษาอุณหภูมิ ระยะเวลาและภาชนะที่เหมาะสมในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ขนมไดฟูกุ พบว่า การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ขนมไดฟูกุโดยใช้ภาชนะแบบกล้องพลาสติกและเก็บรักษาที่อุณหภูมิตู้เย็น 5 °C สามารถเก็บได้นานกว่า ภาชนะแบบกล้องกระดาษ และเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง 25 °C ตอนที่ 4 ศึกษาคุณสมบัติทางประสาทสัมผัสของขนมไดฟูกุที่ทำจากข้าวชนิดต่างๆ พบว่า เปรียบเทียบคุณสมบัติทางประสาทสัมผัสของไดฟูกุจากข้าวทั้ง 3 ชนิด สูตรที่มีความชอบโดยรวมมากที่สุด คือ ข้าวไรซ์เบอรี่ ร้อยละ 88 รองลงมาคือ ข้าวก่ำดอยมูเซอเพาะงอกร้อยละ 84 และข้าวกล้องสีนิล ร้อยละ 77