การเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ไม้เทียมจากพลาสติกผสมเส้นใยพืช

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณัฐวดี สมัครการ, กรรณิการ์ งาสุวรรณ์, ปรียาภรณ์ คุ้มทรัพย์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กัลญา มณีแจ่ม

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนชลบุรี (สุขบท)

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ไม้เทียมจากพลาสติกผสมเส้นใยพืชจากขี้เลื่อย โดยการศึกษาประสิทธิภาพด้านความความแข็งแรง ความหนาแน่น การทนต่อการติดไฟ การต้านการซึมน้ำ การสะสมความร้อน และการทำปฏิกิริยากับกรดและเบสของไม้เทียม จากการศึกษาโครงงานเรื่องการศึกษาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ไม้เทียมจากพลาสติกผสมเส้นใยพืช ซึ่งมีส่วนประกอบของไม้เทียม คือ โฟม ขี้เลื่อย เปลือกหอยแครงบดละเอียด โดยมีน้ำมันพืชเป็นตัวทำละลาย พบว่าผลิตภัณฑ์ไม้เทียมมีปัญหาด้านการทนต่อการติดไฟและการสะสมความร้อน ดังนั้นจึงได้จัดทำโครงงานเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ไม้เทียมจากพลาสติกผสมเส้นใยพืช โดยศึกษาอัตราส่วนของเปลือกหอยแครงบดละเอียด อัตราส่วนของโฟม และอัตราส่วนของน้ำมันพืชเหลือใช้ ที่มีผลต่อประสิทธิภาพด้านความความแข็งแรง ความหนาแน่น การทนต่อการติดไฟ การต้านการซึมน้ำ การสะสมความร้อน และการทำปฏิกิริยาเคมีกับกรดและเบส พบว่าไม้เทียมอัตราส่วนของเปลือกหอยแครงบดละเอียดต่อโฟมต่อน้ำมันพืช เท่ากับ 130 ต่อ 100 ต่อ 75 (กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร) เป็นไม้เทียมที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดและมีการทนต่อการติดไฟและการสะสมความร้อนได้ดีขึ้น มีการสะสมความร้อนและระยะเวลาในการหน่วงไฟได้ดีกว่า ส่วนการรับแรงกระทบ ความหนาแน่น การต้านการซึมน้ำ การทำปฏิกิริยาเคมีใกล้เคียงกัน จากการศึกษาค้นคว้าพบว่าสารแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์(Mg(OH)2) มีประสิทธิภาพในการหน่วงไฟ ดังนั้นจึงเพิ่มประสิทธิภาพด้านการหน่วงไฟและการสะสมความร้อน โดยศึกษาอัตราส่วนของสารแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์(Mg(OH)2)ที่ผสมในผลิตภัณฑ์ไม้เทียม พบว่าสารแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์(Mg(OH)2)ร้อยละ9 มีผลต่อการหน่วงไฟและการสะสมความร้อนเพิ่มขึ้น และเมื่อนำไปทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับไม้เทียมเชิงพาณิชย์ พบว่า มีความแข็งแรงรับแรงกระทบ ความหนาแน่น การต้านการซึมน้ำ การทำปฏิกิริยาเคมี การสะสมความความร้อน ดีกว่าไม้เทียมเชิงพาณิชย์ แต่มีระยะเวลาการหน่วงไฟน้อยกว่า