การศึกษาผลของ Panduratin A ต่อการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งในช่องปากชนิดสความัส

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

นันทิดาพร หัวดอน, สุชัญญา ปั้นกิจดี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุณิสา คงคาลัย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

มะเร็งช่องปากชนิดสความัสเซลล์ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดในกลไกการเคลื่อนไหวของกรามหรือลิ้นซึ่งปัจจุบันการผ่าตัด รังสีรักษา และเคมีบำบัดเป็นทางเลือกหลักในการรักษา แต่วิธีการดังกล่าวมีผลข้างเคียงต่อการดำเนินชีวิต ทำให้เกิดการดื้อยาและเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นหรือในบางสถานการณ์นำไปสู่การเกิดซ้ำของโรคมะเร็งช่องปาก จึงเกิดการแสวงหาวิธีเสริมการรักษาโรคมะเร็งช่องปาก จึงได้นำไปสู่การใช้ Panduratin A ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเหง้ากระชายขาว โดยผ่านสารสกัดที่ได้รับการยอมรับว่าบริสุทธิ์และสารสกัดที่สกัดด้วยเอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งในช่องปากชนิดสความัสกับเซลล์ชนิดปกติของร่างกายมนุษย์ ในระดับความเข้มข้นของ Panduratin A ที่ 0 1.87 3.75 7.5 15 และ 30 ไมโครโมลาร์ ที่เวลา 24 ชั่วโมงและ 48 ชั่วโมง ศึกษาการมีชีวิตรอดของเซลล์ทั้งสองชนิดจากชุดทดสอบ Cell Counting Kit-8 (CCK-8) และหาค่าการดูดกลื่นแสงที่ 450 นาโนเมตรด้วยเครื่อง Microplate Spectrophotometer เพื่อแปรค่าเป็นเปอร์เซ็นต์การมีชีวิตรอด (% Cell viability) สร้างกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของสารสกัด (สารสกัดที่ได้รับการยอมรับว่าบริสุทธิ์และสารที่สกัดด้วยเอทานอลร้อยละ 95) กับเปอร์เซ็นต์การมีชีวิตรอดของเซลล์มะเร็งชนิดสความัสและเซลล์ชนิดปกติ หาระดับความเข้มข้นของสารสกัด Panduratin A ที่สามารถยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งช่องปากร้อยละ 50 (IC50) แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ซึ่งผลการศึกษาครั้งนี้อาจนำไปสู่การผลักดันสมุนไพรไทยเพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมการรักษาโรคมะเร็งช่องปากชนิดสความัสเซลล์