การวิเคราะห์ปริมาณกรดแลกติกในส้มผักที่หมักด้วยน้ำซาวข้าว น้ำมะพร้าว และน้ำแช่ข้าวเหนียวนึ่ง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธารารัตน์ สมดี, ชนัญชิดา ธรศรี, สร้อยสวรรค์ ผุดบัวดง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ธนพงศ์ ชาชิโย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนทรายทองวิทยา

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ส้มผัก นับเป็นภูมิปัญญาบนวิถีชีวิตของชาวอีสาน เป็นรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมการกินมาอย่างช้านาน โดยการใช้ผักมาคั้นกับเกลือ แล้วแช่ในน้ำสำหรับดอง จนเกิดเป็นรสเปรี้ยว มีรสชาติที่กลมกล่อมและไม่เน่าเสียง่าย จากการสอบถามชาวตำบลโพนทราย พบว่า การทำส้มผัก มีขั้นตอนในการเตรียมผักสำหรับดองที่คล้ายกัน ต่างกันเพียงชนิดของน้ำที่ใช้ในขั้นตอนการหมัก ซึ่งสามารถแบ่งได้ 3 ชนิด คือ น้ำซาวข้าว น้ำมะพร้าว และน้ำแช่ข้าวเหนียวนึ่ง ผู้ศึกษาจึงมีความสนใจ การวิเคราะห์ปริมาณกรดแลกติกที่เกิดขึ้นในการหมักด้วยน้ำ 3 ชนิด เพื่อศึกษาปริมาณกรดแลกติกในส้มผัก ที่จำหน่ายในชุมชนตำบลโพนทราย และเพื่อศึกษาปริมาณกรดแลกติกในส้มผักที่หมักด้วยน้ำซาวข้าว น้ำมะพร้าว และน้ำแช่ข้าวเหนียวนึ่ง โดยใช้กระบวนการไทเทรตกับสารละลายมาตรฐานจากการศึกษาพบว่า

  1. การวิเคราะห์ปริมาณกรดแลกติกในส้มผักที่จำหน่ายในชุมชนตำบลโพนทรายโดยการไทเทรตกับสารละลายมาตรฐานพบว่า ปริมาณกรดแลกติกเฉลี่ยในส้มผักในชุมชนตำบลโพนทราย คิดเป็น 1.95 %w/v (S.D.=0.10)

  2. การวิเคราะห์ปริมาณกรดแลกติกในส้มผักที่หมักด้วยน้ำซาวข้าว น้ำมะพร้าว และน้ำแช่ข้าวเหนียวนึ่ง โดยการไทเทรตกับสารละลายมาตรฐานพบว่า เมื่อใช้ปริมาณกรดแลกติกเฉลี่ยในส้มผักในชุมชนตำบลโพนทรายเป็นตัวเปรียบเทียบ (1.95 %w/v) ส้มผักที่หมักด้วยน้ำมะพร้าวสามารถทำให้เกิดกรดแลกติกปริมาณมากที่สุด และใช้เวลาน้อยที่สุด รองลงมาคือน้ำซาวข้าว และน้ำแช่ข้าวเหนียวนึ่ง ตามลำดับ