วิเคราะห์การส่งบอลของทีมในรายการ Uefa champion league 2018-2019 รอบรองชนะเลิศ โดยใช้ Network theory

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ทีปต์ชนิตว์ สิริสุขนันทเดช, ธนานันต์ ปรีดิศรีพิพัฒน์, ยุทธนา สรรค์วิวัฒน์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อมรศรี อมรวัชรพงศ์, มนสิการ จันทร์สร้าง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ว่าการส่งบอลมีผลต่อรูปเกมอย่างไร และประเมินค่าความสำคัญของผู้เล่นในด้านการส่งบอลโดยใช้ทฤษฎีเครือข่าย (Network Theory) เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ โดยในเบื้องต้น เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลการแข่งขัน ผู้พัฒนาจึงเลือกทีมที่จะศึกษา ได้แก่ ทีมที่เข้ารอบรองชนะเลิศรายการ Uefa champion league 2018 – 2019 โดยจะทำการวิเคราะห์ว่าแต่ละทีมมีรูปแบบการเล่นแบบใด ตำแหน่งใดที่เป็นส่วนสำคัญ และหาค่าความสำคัญของผู้เล่นแต่ละคน ตลอดจนการเปลี่ยนผู้เล่นออกมีผลต่อเกมอย่างไร โดยเราจะแทนผู้เล่นเป็นจุดต่อ (Node) ในเครือข่าย และจะมีลูกศร (Arrow) แสดงทิศทางการส่งบอล ลูกศรจะมีหัวลูกศรในการบอกทิศทางที่ส่งบอล ซึ่งลูกศรจะมีขนาดและความเข้มไม่เท่ากันซึ่งแสดงถึงจำนวนการส่งบอลสำเร็จ (Successful pass) ถ้าลูกศรมีขนาดใหญ่และมีสีเข้มมากแสดงถึงจำนวนการส่งบอลสำเร็จมาก ถ้าลูกศรมีขนาดเล็กและมีสีอ่อนแสดงถึงจำนวนการส่งบอลสำเร็จน้อย และจะนำข้อมูลเหล่านี้มาทำเป็นเครือข่ายและนำมาวิเคราะห์โดยการคำนวณค่า Degree Centrality ซึ่งเป็นค่าที่บอกว่าผู้เล่นคนใดเป็นผู้เล่นที่เป็นตัวเชื่อมเกมของทีม และค่า Betweenness Centrality ซึ่งเป็นค่าที่บอกว่าจะเกิดผลกระทบมากน้อยเพียงใดถ้าไม่มีผู้เล่นคนนั้นในเกม โดยข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์จะสามารถนำมาคาดเดาผลการแข่งขัน และสามารถพัฒนาเพื่อหาจุดอ่อนของทีมทั้งสองฝ่ายได้ และทางผู้พัฒนาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาต่อยอดสำหรับการวางกลยุทธ์การเล่นฟุตบอลของทีมชาติไทยได้