การเปรียบเทียบความแข็งแรงของวัสดุชีวภาพที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรโดยใช้ฟังใจเป็นตัวประสาน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

วิชญ์พล นาครัตน์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ภัทรญา กลิ่นทอง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันปัญหาการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพยังคงเป็นปัญหาที่เรื้อรังมาจนปัจจุบันทั้งการไม่สามารถใช้ประโยชน์จากขยะพวกนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงการกำจัดขยะอย่างถูกวิธีโดยเฉพาะขยะอินทรีย์ที่มาจากครัวเรือน ที่ส่วนใหญ่นอกจากเศษอาหารก็จะเป็นพวกวัสดุเหลือใช้ทางเกษตรเช่นฟางข้าว ต้นข้าวโพดยกตัวอย่างในปีพ.ศ. 2560 มีขยะอินทรีย์มากถึง 17.318 ล้านตัน แต่มีการนำกลับมารีไซเคิลเพียง 1.2ล้านตัน การใช้ประโยชน์จากขยะอินทรีย์จะพบได้ตามตลาดสดหรือศูนย์การค้า โดยจะมีการนำขยะอินทรีย์ไปทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ หรือน้ำหมักชีวภาพใช้บำรุงดินเพื่อการเกษตร นำขยะอินทรีย์ไปเป็นอาหารสัตว์ และการนำขยะอินทรีย์มาผ่านกระบวนการแปรรูปและผลิตก๊าซชีวภาพในชุมชนเพื่อทดแทนพลังงานเชื้อเพลิง(ข้อมูลจาก “ข้อมูลชี้วัดสัดส่วนการใช้ประโยชน์จากขยะมูลฝอย” จากข้อมูลจะพบว่ายังมีการใช้ประโยชน์จากขยะอินทรีย์ในปริมาณน้อยจึงยังคงต้องพึ่งการกำจัดเป็นหลักดังนั้นการศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์จากขยะอินทรีย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ผู้ทำโครงงานสนใจในเรื่องของการนำวัสดุอินทรีย์จำพวกลิกโนเซลลูโลสเช่นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาประสานด้วยไมซีเลียมจากเชื้อราแทนการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายตามเดิมอย่างเช่นกาวเป็นต้น ทั้งนี้เนื่องจากเส้นใยราสามารถทำหน้าที่เป็นตัวประสานวัสดุเข้าด้วยกันและเมื่อนำมาผ่านความร้อนและแรงดัน และผ่านการขึ้นรูป จึงสามารถนำไปทดแทนบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ยากในปัจจุบัน