การศึกษาความถี่ของเสียงที่มีผลต่อการสังเคราะห์แสงของพืช

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ปพิชญา มหาไชย, วัชรีพร ใจแก้ว, ฐานิตาณัฐ พิมพ์เสน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ธนพัฒน์ ทับไธสง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนศรีเมืองวิทยาคาร

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

พืชสร้างอาหารด้วยการสังเคราะห์ด้วยแสง หลังจากนั้นจึงนำอาหารที่ได้จากการสังเคราะห์ไปใช้ในการเจริญเติบโต กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงต้องใช้แสงแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการ พืชที่เติบโตได้ดีแสดงว่าได้รับสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสม และกระบวนการสังเคราะห์แสงเกิดขึ้นได้ดี แต่หลายคนคงเคยได้ยินว่าหากเปิดเพลงให้พืชฟังจะทำให้พืชโตได้เร็ว ดังนั้นผู้วิจัยได้สนใจที่จะศึกษาความที่ของเสียงว่ามีผลต่อการสังเคราะห์แสงของพืชหรือไม่ โดยมีขั้นตอนคือ ใช้พืชคือต้นลำไยอายุ1เดือน จัดทำแบบทดลอง2ชุดระบบปิด ชุดที่หนึ่งสร้างฐานรองน้ำและฐานตั้งกระถางต้นไม้รองด้วยสำลี ครอบชั้นที่หนึ่งด้วยที่ครอบใสเจาะรูด้านข้าง เติมน้ำในฐานด้านนอกที่ครอบและครอบด้วยที่ครอบอีกหนึ่งชั้นเจาะรูขนานกับรูด้านในต่อท่อออกมารองด้วยบีกเกอร์ความถี่ปกติ ชุดที่2สร้างแบบทดลองเช่นเดียวกันกับชุดที่หนึ่งแต่เปิดเพลงให้ฟังในความถี่64 dB ปริมาณเฉลี่ยของน้ำที่ได้จากชุดทดลองที่หนึ่งเป็น0.75 มล. ทดลองเป็นระยะเวลา7วันหลังจากนั้นเก็บน้ำที่ได้จากการสังเคราะห์แสงของทั้งสองชุดมาเปรียบเทียบกันในแต่ละวัน สรุปได้ว่าปริมาณเฉลี่ยของน้ำที่ได้จากชุดทดลองที่หนึ่งเป็น0.75 มล. ปริมาณเฉลี่ยของน้ำที่ได้จากชุดทดลองที่หนึ่งเป็น0.73 มล. ปริมาณน้ำเฉลี่ยของทั้งสองชุดทดลองใกล้เคียงกัน จากผลการทดลองสรุปได้ว่าความถี่ของเสียงไม่มีผลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช