การประดิษฐ์และพัฒนาถุงมือกายภาพบำบัดเพื่อรักษาและป้องกันโรคอุโมงค์ข้อมือสำหรับเกษตรกรชาวสวนยางพารา

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศิริศักดิ์ โทฮาด

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ขุนทอง คล้ายทอง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การกรีดยางเป็นกิจกรรมที่ใช้แรงและเวลามากในการทำงาน ซึ่งทำให้ชาวสวนยางพารามีความเสี่ยงอย่างมากต่อการเกิดโรค carpal tunnel syndrome หรือโรคอุโมงค์ข้อมือ เนื่องจากชาวสวนยางพาราต้องใช้แรงเกร็งมือและข้อมืออยู่ตลอดเวลาในขณะที่ทำการกรีดยางเป็นระยะเวลานาน ทำให้การกดทับบริเวณเส้นประสาทมีเดียน ที่อยู่ในโพรงเส้นประสาทฝ่ามือ ส่งผลทำให้เกิดอาการปวดชาบริเวณนิ้วหัวแม่มือถึงนิ้วนาง วิธีรักษาและป้องกันการเกิดโรคอุโมงค์ข้อมือที่สามารถทำได้ก็คือ การทำกายภาพบำบัด ซึ่งการกายภาพบำบัดจะช่วยในการคลายกล้ามเนื้อและลดโอกาสในการกดทับของเส้นประสาทมีเดียน แต่การกายภาพบำบัดที่ไม่ถูกวิธีก็สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บมากยิ่งขึ้นได้ โดยในปัจจุบันเริ่มมีการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ในการรักษาเพิ่มมากขึ้น คณะผู้จัดทำจึงได้ประดิษฐ์ถุงมือกายภาพบำบัดเพื่อรักษาและป้องกันโรคอุโมงค์ข้อมือสำหรับเกษตรกรชาวสวนยางพารา และทำการทดสอบประสิทธิภาพของถุงมือด้วยโปรแกรมรวมถึงศึกษาประสิทธิผลการรักษาที่ประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยมีวิธีการใช้งานคือการให้นักกายภาพบำบัดและผู้ป่วยสวมใส่ถุงมือในมือข้างเดียวกันทั้งสองฝ่าย โดยถุงมือของผู้ป่วยจะรับค่าความโค้งงอและแสดงผลออกมาในรูปแบบท่าทางกายภาพบำบัดตามการเคลื่อนไหวของนักกายภาพบำบัดและสามารถบันทึกค่าความโค้งงอเดิมไว้สำหรับการกายภาพบำบัดที่บ้านโดยไม่จำเป็นต้องมาที่โรงพยาบาลในครั้งถัดไป ทำให้ไม่จำเป็นต้องพบนักกายภาพบำบัดทุกครั้งหลังกรีดยางพารา นอกจากนี้ทางคณะผู้จัดทำยังได้มีการทดสอบประสิทธิภาพของถุงมือโดยการทดสอบได้ค่าความแม่นยำในการรับส่งข้อมูลอยู่ที่ 98.7% มีค่าความแม่นยำขององศาการขยับนิ้วมืออยู่ที่ 97.32% มีค่าความถูกต้องของท่าทางเท่ากับ 98.01% มีความเร็วการตอบสนองเท่ากับ 0.29 วินาที และมีการทดสอบประสิทธิผลในการรักษาโดยการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 3 ท่าน โดยคะแนนการประเมินจะอยู่ที่ 4.67 จาก 5 โดยมีหัวข้อการให้คะแนนคือ ระยะเวลาในการรักษา ระยะการฟื้นตัว ควมถูกต้องของท่าทางและความเหมาะสมในการรักษา ซึ่งการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและประสิทธิผลการรักษาทั้งหมดนี้สามารถสรุปได้ว่า โครงงานนี้มีประสิทธิภาพในการใช้งานรวมถึงมีมีประสิทธิผลทางการรักษาที่ได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกายภาพบำบัด