การบำบัดน้ำและการจัดการด้านอาหารอย่างยั่งยืนในระบบเลี้ยงสัตว์แบบมินิฟาร์มด้วยเซลล์อะคีนีตของสาหร่ายขนม้า(Pithophora sp.)ที่บรรจุในเจลาตินไฮโดรเจล

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธนวัฒน์ สมญาพรเจริญชัย, ภัทราพร ศรีภูธร

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เกียรติศักดิ์ อินราษฎร, สุธิพงษ์ ใจแก้ว

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

สาหร่ายขนม้า (Pithophora sp.) เป็นสาหร่ายสีเขียวขนาดใหญ่ที่สำรวจพบได้ในแหล่งน้ำจืดทั่วไปเช่นเดียวกับแหล่งน้ำจืดในจังหวัดเชียงราย สาหร่ายขนม้ามีเซลล์อะคีนีตที่มองเห็นด้วยตาเปล่าจำนวนมาก ซึ่งเป็นข้อดีและแตกต่างจากสาหร่ายชนิดอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพในการช่วยบำบัดน้ำ ดูดซับโลหะหนัก รวมถึงการสกัดสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพมาใช้ประโยชน์ได้ด้วย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของไฮโดรเจลที่บรรจุเซลล์อะคีนีตของสาหร่ายขนม้าต่อการรักษาคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงสำหรับเพาะเลี้ยงหอยขม โดยแบ่งการทดลองเป็น 3 ตอน ดังนี้ เตรียมเจลาตินไฮโดรเจล 6 g ในน้ำ 30 ml และเติม กลีเซอรีนปริมาตร 0, 5 และ 10 ml โดยใช้กลูตารัลดีไฮด์ 25% (v/v) เป็นสารเชื่อมขวาง เปรียบเทียบสมบัติต่างๆ ของเจลาตินในแต่ละชุดทดลอง พบว่า การใช้กลีเซอรีน 5 ml ทำให้ได้ไฮโดรเจลที่มีสมบัติเหมาะสมต่อการนำไปบรรจุเซลล์อะคีนีตมากที่สุด โดยสามารถรักษาเซลล์อะคีนีตในสภาวะแห้งและเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของเซลล์อะคีนีตได้ดีกว่าชุดควบคุม (0 ml) จากนั้น นำเจลาตินไฮโดรเจลที่บรรจุเซลล์อะคีนีต จำนวน 70 ก้อน ไปเพาะเลี้ยงร่วมกับหอยขมอายุ 1 เดือน จำนวน 50 ตัว ในบ่อเลี้ยงซีเมนต์ ตรวจวัดคุณภาพน้ำทุกๆ 1 สัปดาห์ พบว่า เจลาตินไฮโดรเจลช่วยรักษาคุณภาพต่างๆ ของน้ำในบ่อเลี้ยงให้อยู่ในเกณฑ์คุณภาพที่ดีกว่าชุดควบคุม (ชุดที่เลี้ยงร่วมกับผักตบชวา,สาหร่าย และเฉพาะไฮโดรเจลที่ไม่บรรจุสาหร่าย) โดยเฉพาะ ความโปร่งแสงของน้ำ ค่า DO BOD และแอมโมเนียโดยรวม ทั้งยังสามารยืดการรักษาคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงได้นานขึ้น 2 สัปดาห์ การทดลองสุดท้ายเป็นการนำสาหร่ายขนม้าที่เติบโตเต็มที่แล้วสามารถคัดแยกออกมาใช้เป็นสัดส่วนทดแทนในอาหารเสริมสำหรับหอยขม (อาหารปลาดุกอ่อน) ได้สูงสุด 20% การศึกษาครั้งนี้ช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้กับเกษตรได้ถึง 1.5 เท่า และเป็นแนวทางในการนำเจลาตินไฮโดรเจลที่บรรจุสาหร่ายขนม้าซึ่งเป็นสาหร่ายในท้องถิ่น เพื่อการจัดการคุณภาพน้ำ และการผลิตหอยขม เป็นการส่งเสริมการสร้างแหล่งโปรตีนทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงด้านอาหารตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ได้เป็นอย่างดี