การพัฒนาสเปรย์ก่อฟิล์มจากสารสกัดแทนนินในเปลือกทับทิมต่อการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus สาเหตุการติดเชื้อในบาดแผลที่ผิวหนัง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ปาริชา สิงห์กัญญา, ภัคธิมา โรจน์กิจจานุรักษ์, อภิชญา อนุมานไพศาล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อรวรรณ ปิยะบุญ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บาดแผลเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่เกิดจากการบาดเจ็บบริเวณผิวหนังของร่างกาย ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวด เนื้อเยื่ออักเสบ เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิต (Lindholm & Searle, 2016) โดยลักษณะของบาดแผล 2 ประเภท คือ บาดแผลแบบเฉียบพลัน ที่มีลักษณะของแผลที่เกิดจากจากแรง หรือกลไกที่มากระทำจากภายนอก เช่น แผลฉีกขาด แผลถลอก และแผลไฟไหม้ อีกประเภท คือ บาดแผลแบบเรื้อรัง ซึ่งอาจเกิดจากบาดแผลแบบเฉียบพลันที่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง หรือเป็นแผลที่ไม่สามารถหายได้ภายใน 3-6 สัปดาห์ (Acello, 2013) การเกิดบาดแผลติดเชื้อทางผิวหนังเกิดจากการสะสมและการลุกลามของเชื้อจุลินทรีย์เข้าสู่บาดแผล สาเหตุของการอักเสบเกิดได้จากจุลินทรีย์ แต่ส่วนใหญ่จะบาดแผลจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus (มัณฑนา แจ่มกลาง, 2017) โดยแบคทีเรียชนิดนี้สามารถที่จะรักษาได้จากการใช้ยาปฏิชีวนะ ถึงแม้การใช้ยาปฏิชีวนะจะสามารถรักษาได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็จะทำให้ปัญหาการตกค้างของยา และการดื้อยาตามมาในภายหลัง (วิษณุ ธรรมลิขิตกุล, 2014) ปัจจุบันจึงมีการคิดค้นและพัฒนาวิธีการรักษาบาดแผล โดยมุ่งเน้นแนวทางการรักษาใหม่ ๆ เช่น การนำสมุนไพรมาใช้รักษาแทนยาแผนปัจจุบัน เนื่องจากสมุนไพรมีประสิทธิผลการรักษาที่ดี มีผลข้างเคียงน้อย มีความปลอดภัย และช่วยลดการสะสมที่เกิดจากการใช้สารเคมีได้ ในประเทศไทยพบว่ามีสมุนไพรหลายชนิดในทางการแพทย์แผนไทยที่มีสรรพคุณและรายงานผลการศึกษาต่อการรักษาบาดแผล มีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันในสถานพยาบาลของรัฐ เช่น สกัดสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อนำมาใช้ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย พบว่าสารสกัดจากเปลือกทับทิม ( Punica Granatum L. ) ช่วยในการสมานแผลและมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อ (ตรีชฎา ศิริรักษ์, 2004) โดยเฉพาะสารแทนนินฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย S. aureus ด้วยการแย่งจับกับ (ศิริวรรณ แก้วเพ็ชร์ และคณะ, 2010) อีกทั้งเปลือกทับทิมยังเป็นส่วนที่เหลือจากการบริโภคที่มีประโยชน์มหาศาล

ในปัจจุบันการรักษาบาดแผลด้วยผลิตภัณฑ์ทั่วไปในรูปของน้ำ ครีม หรือเจล ซึ่งบางผลิตภัณฑ์มีความเหนียว ระยะเวลานานในการซึมผ่านผิวหนัง และการใช้งานยาก แต่รูปแบบของสเปรย์ชนิดก่อฟิล์มมีความสะดวกต่อการใช้งาน สามารถเกาะติดกับผิวหนังได้ดี และช่วยให้สารสามารถซึมผ่านผิวหนังได้เร็วกว่ารูปแบบอื่น ดังนั้นผู้วิจัยจึงพัฒนาสเปรย์ก่อฟิล์มจากสารสกัดแทนนินในเปลือกทับทิมเพื่อยับยั้งแบคทีเรีย S. aureus สาเหตุการเกิดแผลติดเชื้อในผิวหนัง