การพัฒนารถเข็นผู้ป่วยอัตโนมัติผ่านการขับเคลื่อนด้วยระบบGPS ที่สามารถรองรับผู้ป่วยที่ได้รับการเข้าเฝือก

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สุชานาถ พงศ์สถาพร, ญาณิศา บุญเกื้อหนุน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กิตติพงษ์ น้ำจันทร์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทางสุขภาพหลายส่วนงานเพื่อลดภาระของบุคคลากรทางการแพทย์ที่ขาดแคลนและมีปริมาณบุคคลากรไม่เพียงพอต่อการดูแลผู้ป่วย ทางคณะผู้จัดทำจึงมีแนวคิดที่อยากจะลดหย่อนภาระหน้าที่ในส่วนนี้ จึงได้ทำการประดิษฐ์รถเข็นคนผู้ป่วยอัตโนมัติที่สามารถนำผู้ป่วยไปตามแผนกต่างๆในโรงพยาบาลได้ ผ่านระบบ GPS ตามตำแหน่งละติจูดและลองจิจูด โดยไม่ต้องใช้คนในการเข็น เพียงแค่กดปุ่มเพื่อเลือกตำแหน่งที่ต้องการหรือแผนกที่ต้องการเข้ารับการรักษา รถเข็นผู้ป่วยจะพาไปตามตำแหน่งที่ต้องการ ในส่วนตัวรถเข็นมีฟังก์ชันในการรองรับสภาพร่างกายของผู้ป่วย ที่พักแขนสามารถพับเก็บได้ เพื่อสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือสำหรับผู้ป่วยที่สูงอายุจะสามารถประคองผู้ป่วยได้ ในส่วนของที่วางเท้าสามารถปรับมาเป็นที่พักขา 90 องศาได้ เพื่อเหมาะกับผู้ป่วยที่ใส่เฝือก และไม่สามารถงอขาได้ หรือผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่ขาหรือแขน ขั้นตอนในการสร้างงรถเข็นอัตโนมัติ มีสร้างงรตอน ดังนี้

1.การศึกษาและรวบรวมข้อมูล

ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับรถเข็นผู้ป่วยที่ใช้ในโรงพยาบาลปัจจุบัน เพื่อให้เข้าใจว่ามีความต้องการอะไรบ้างและประสิทธิภาพของระบบปัจจุบันอย่างไร

ศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยี GPS เพื่อทราบวิธีการใช้ GPS ในการนำทาง

2.การออกแบบโครงสร้างและอุปกรณ์

ออกแบบโครงสร้างของรถเข็นที่สามารถรองรับน้ำหนักและขนาดของผู้ป่วยได้

ออกแบบระบบ GPS เพื่อให้รถเข็นสามารถนำทางไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ในโรงพยาบาลได้

3.การกำหนดเส้นทางการเดินของรถเข็น

ใช้เทคโนโลยี GPS ในการกำหนดเส้นทางที่รถเข็นควรเดินเพื่อเลี้ยวหรือหมุนที่จุดที่ต้องการ

การวางแผนเส้นทางนี้จะต้องพิจารณาประสิทธิภาพของการเคลื่อนย้ายและความปลอดภัย

4.ระบุพิกัดและตำแหน่ง

ใช้ระบบ GPS เพื่อระบุพิกัดละติจูดและลองจิจูดของตำแหน่งปัจจุบันของรถเข็นและตำแหน่ง

ปลายทางที่ผู้ป่วยต้องการไป

หลังจากที่ได้ทำขั้นตอนทั้งหมดและออกแบบระบบเสร็จสมบูรณ์ จะต้องมีการทดสอบและปรับปรุงรถเข็นอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบทำงานอย่างถูกต้องและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย นอกจากนี้ยังต้องรวบรวมความคิดเสริมเพิ่มเติมจากบุคคลากรทางการแพทย์และผู้ใช้งานเพื่อปรับปรุงและปรับใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของโรงพยาบาลและผู้ป่วยในปัจจุบัน