ศึกษาประสิทธิภาพการยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของน้ำมันเมล็ดยางพาราด้วยสารฟีนอลิกจากสารสกัดกระเจี๊ยบ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศุภรัตน์ เชื้อนัก, ธนภรณ์ ชัยศรี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

พชรพรรณ พิมพ์ตะครอง, วัชราภรณ์ แสนนา

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย บุรีรัมย์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์ในการสกัดน้ำมันเมล็ดยางพาราด้วยวิธีการหีบน้ำมัน และทดสอบการยับยั้งปฏิกิริยาออกชิเดชันด้วยสารฟีนอลิกที่ได้จากดอกกระเจี๊ยบแห้ง โดยทดสอบการยับยั้งปฏิกิริยาออกชิเดชันของสารสกัดกระเจี๊ยบด้วยวิธี DPPH Assay และทดสอบการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากกระเจี๊ยบในน้ำมันเมล็ดยางพาราด้วยวิธี Thio barbituric acid reactive substance (TBARS) ผลการทดลอง พบว่า สามารถสกัดน้ำมันยางพาราด้วยวิธีหีบน้ำมันได้ โดยการสกัดน้ำมันครั้งที่ 1 ใช้เมล็ดยางพารา 200 กรัม ได้น้ำมันปริมาตร 19 มิลลิลิตร ร้อยละของปริมาณที่สกัดได้เท่ากับ 9.5 ครั้งที่ 2 ใช้เมล็ดยางพารา 500 กรัม ได้น้ำมันปริมาตร 70 มิลลิลิตร ร้อยละของปริมาณที่สกัดได้เท่ากับ 14 และครั้งที่ 3 ใช้เมล็ดยางพารา 500 กรัม ได้น้ำมันปริมาตร 62 มิลลิลิตร ร้อยละของปริมาณที่สกัดได้เท่ากับ 12.4 ซึ่งร้อยละของปริมาณที่สกัดได้เฉลี่ยเท่ากับ 11.97 ผลจากการทดสอบการต้านอนุมูลอิสระพบว่ามีค่าความเข้มข้นของสารที่มีความสามารถต้านอนุมุลอิสระที่ร้อยละ 50 (IC50) เท่ากับ 76.17 ppm ผลจากการทดสอบการยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชัน พบว่า น้ำมันเมล็ดยางพาราที่เติมการสกัดกระเจี๊ยบเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันน้อยกว่าน้ำมันเมล็ดยางพาราที่ไม่ได้เติมสารสกัดกระเจี๊ยบ โดยที่น้ำมันเมล็ดยางพาราที่เติมการสกัดกระเจี๊ยบที่มีอัตราส่วน สารสกัดกระเจี๊ยบ : น้ำมันเมล็ดยางพารา 1:5 และ 3:5 มีค่า TBARS เท่ากับ 58.70 mg MDA/kg และ 58.43 mg MDA/kg ตามลำดับ โดยน้ำมันเมล็ดยางพาราที่เติมสารสกัดกระเจี๊ยบที่มีอัตราส่วน 3:5 มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ดีกว่าอัตราส่วน 1:5 และน้ำมันเมล็ดยางพาราที่ไม่ได้เติมสารสกัดกระเจี๊ยบที่มีอัตราส่วน 1-butanol : น้ำมันเมล็ดยางพารา 1: 5 และ 3:5 มีค่า TBARS เท่ากับ 146.33 mg MDA/kg และ 114.38 mg MDA/kg ตามลำดับ และจากผลการทดลอง พบว่า สารสกัดฟีนอลิกจากดอกกระเจี๊ยบมีประสิทธิภาพในการยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชัน ได้เมื่อเทียบกับชุดควบคุมที่ไม่มีการเติมสารสกัดฟีนอลิกและสามารถนำสารสกัดจากกระเจี๊ยบมาเติมในน้ำมันเพื่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเหม็นหืนของน้ำมัน การศึกษานี้สามารถนำไปต่อยอดการนำสารสกัดจากกระเจี๊ยบไปเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันเมล็ดยางพาราที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ทดแทนวิตามินอีซึ่งกระเจี๊ยบเป็นสมุนไพร