อุปกรณ์ตรวจจับการใส่หมวกนิรภัยในสถานศึกษาโดยใช้ machine learning

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

รุ่งชาดา เกษรกอบแก้ว, อริสรา วิชัยดิษฐ, กชพร ศรเกลี้ยง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

นูรดิง สามานุง, อนงค์นาฏ คงกล้า

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฏร์ธานี 1 (ดอนสักผดุงวิทย์)

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

หมวกนิรภัยหรือหมวกกันน็อคเป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันอันตราย การสวมใส่หมวกนิรภัยสามารถช่วยป้องกันและลดอันตรายจากการกระแทกหรือกระเทือนในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ เช่น การล้มลงจากรถ การชนกับวัตถุหรือยานพาหนะอื่น ๆ หรือการเกิดการชนอื่นๆ ที่สามารถทำให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงได้ อวัยวะที่ทำให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์เสียชีวิตอันดับ 1 คือศีรษะและสมองซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายทั้งหมด ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนทั้งผู้ขับและผู้ซ้อนท้าย ยึดหลักความปลอดภัย คือ สวมหมวกกันน็อกตลอดเวลาที่ใช้รถ ไม่ว่าระยะทางจะใกล้หรือไกล (ไทยรัฐ,2566)

จากการสืบค้นพบว่าการไม่สวมหมวกเมื่อขับรถมีหลายสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับคนขับรถการไม่คำนึงถึงความปลอดภัย บางคนอาจไม่รับรู้ถึงความสำคัญของการสวมหมวก การไม่รับรู้ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่สวมหมวกอาจทำให้คนขับรถละเลย การเชื่อมั่นในความปลอดภัย บางคนอาจคิดว่าพวกเขาเป็นคนขับที่คำนึงถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ และไม่รู้สึกว่าการสวมหมวกเป็นสิ่งจำเป็น การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มงวด และการขาดบุคคลากรในการตรวจจับ ทำให้อาจไม่บังคับการสวมหมวกจึงพบการไม่สวมหมวกโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตามท้องถนน และสถานที่ราชการต่างๆ สถานศึกษา โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย การมีมาตรการส่งเสริมการใช้หมวก (คู่มือความปลอดภัยบนท้องถนน,2566)

จากสภาพและปัญหาดังกล่าวเพื่อเป็นการสนับสนุนการเป็นพื้นที่สวมหมวกนิรภัย 100% จึงได้พัฒนาอุปกรณ์ตรวจจับการใส่หมวกนิรภัยโดยใช้ machine learning เพื่อเป็นการตรวจจับผู้ไม่สวมใส่หมวกนิรภัยในบริเวณสถานศึกษาโดยใช้กล้องถ่ายวิดีโอร่วมกับ machine learning ในการวิเคราะห์ภาพจากวิดีโอแบบเรียลไทม์และบันทึกข้อมูลรูปภาพ พร้อมหมายเลขป้ายทะเบียนของผู้ขับขี่ที่ไม่สวมใส่หมวกนิรภัย เป็นการใช้เทคโนโลยีในการตรวจจับ อีกทั้งยังเป็นการลดการใช้ทรัพยากรบุคคลในหน่วยงาน