ฤทธิ์การยับยั้งเชื้อ Candida albicans ของสารสกัดจากพืชสมุนไพรไทย

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ศันสนีย์ เติมธนาสมบัติ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ภาวิณี ปิยะจตุรวัฒน์

  • สุเทพ ไวยครุฑธา

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาเคมี

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เชื้อรา Candida albicans เป็นเชื้อที่มีการก่อโรคที่รุนแรงในคน ด้วยประเทศไทยอุดมไปด้วยสมุนไพรนานาชนิดที่มีสรรพคุณทางยา แต่ปัจจุบันการค้นหาสมุนไพรที่ช่วยในการรักษาเชื้อรายังมีไม่มาก วัตถุประสงค์ของโครงงานนี้เพื่อจะศึกษาหาสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ยับยั้งหรือเสริมฤทธิ์ยาที่ใช้รักษาเชื้อรา เพื่ออาจช่วยลดขนาดของยาหรืออาจพบสารใหม่ที่อาจนำมาทำเป็นยารักษาให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ในการทดลองได้ใช้สารสกัดสมุนไพรจำนวน 12 สารสกัดได้แก่ สารสกัดจาก ชะเอม ใบฝรั่ง ใบบัวบก กระเจี๊ยบแดง สมอ กระชายดำ มะขามป้อม ชาขาว หญ้าหวาน มังคุด และว่านชักมดลูกจากแหล่งกาญจนบุรี และแหล่งเพชรบูรณ์ ทำการศึกษาการออกฤทธิ์ของตัวสารสกัดเอง และการออกฤทธิ์เสริมตัวยาฆ่าเชื้อรา Ketoconazole และ Nystatin จากผลการศึกษาพบว่า สารสกัดว่านชักมดลูกจากเพชรบูรณ์และกาญจนบุรีมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อรา Candida albicans ได้บ้างเล็กน้อย และเมื่อศึกษาการออกฤทธิ์เสริมฤทธิ์ยาเชื้อรา พบว่า สารสกัดจากกระเจี๊ยบแดง กระชายดำ และว่านชักมดลูกทั้งสองแหล่งสามารถเสริมฤทธิ์ยา Ketoconazole ได้ แต่ไม่เสริมฤทธิ์ยา Nystatin ได้ทำการศึกษาต่อไปโดยหาความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อรา (MIC) และความเข้มข้นต่ำที่สุดที่สามารถฆ่าเชื้อรา (MFC) ของสารสกัดว่านชักมดลูกจากเพชรบูรณ์และกาญจนบุรีโดยเสริมฤทธิ์กับยา Ketoconazole ในขั้นต้นพบว่าสารสกัดว่านชักมดลูกจากเพชรบูรณ์เสริมฤทธิ์ยา Ketoconazole ได้ดีกว่าสารสกัดว่านชักมดลูกจากกาญจบุรี แต่เมื่อทำการตรวจสอบหาค่า MIC และ MFC ไม่พบว่ามีความแตกต่างกัน โดยสรุปสมุนไพรที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราและเสริมฤทธิ์ยา Ketoconazole ได้ น่าจะทำการศึกษาต่อเพื่ออาจพัฒนาเป็นยาใช้ในการรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อ Candida albicns ในอนาคต ได้แก่ กระเจี๊ยบแดง กระชายดำ และว่านชักมดลูก ซึ่งจะต้องศึกษาค้นคว้าหาสารสำคัญของสารสกัดนั้นต่อไป