การสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ของแหล่งโบราณคดีเตาเผาบ้านหนองจิก อ. บ้านกรวด จ. บุรีรัมย์

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • อารยา จันทร์เสน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • วรวุฒิ โลหะวิจารณ์

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาปริญญาโทขึ้นไป

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาฟิสิกส์

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

จังหวัดบุรีรัมย์ มีการค้นพบแหล่งเตาเผาเครื่องเคลือบโบราณมานานหลายทศวรรษ โดยพบหนาแน่นบริเวณชายแดนไทย กัมพูชา ในเขตอำเภอละหานทรายและอำเภอบ้านกรวด จากการขุดค้นทางโบราณคดีในแหล่งเตาบางแห่งพบว่าโครงสร้างของเตามีลักษณะที่เรียกว่า Slab Kiln การกำหนดอายุด้วยเรดิโอคาร์บอนจากตัวอย่างของถ่านในช่องใส่ไฟได้ค่าอายุระหว่าง พุทธศตวรรษที่ 15 17 ซึ่งเป็นช่วงอายุที่สอดคล้องกับหลักฐานวัฒนธรรมเขมรอื่นๆ ที่พบในบริเวณนี้ เนื่องจากแนวผนังเตาเป็นโครงไม้ไผ่พอกด้วยดินดิบซึ่งเมื่อถูกเผาด้วยความร้อนสูงและปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นตัวลงจะทำให้โครงสร้างของเตาเผามีคุณสมบัติทางแม่เหล็กที่แตกต่างไปจากดินที่อยู่โดยรอบ ในการศึกษาครั้งนี้ได้ประยุกต์ใช้วิธีการวัดเกรเดียนท์ของสนามแม่เหล็กโลกเพื่อกำหนดตำแหน่งของเตาเผาโบราณที่ถูกปิดทับถมอยู่ ผลจากการศึกษาพบว่ามีค่าผิดปกติในสนามแม่เหล็กโลกวางตัวอย่างต่อเนื่องในแนวตะวันออก ตะวันตกจำนวน 3 แนว ที่ระดับความลึกประมาณ 0.5 1.2 เมตร จากผิวดิน ซึ่งคาดว่าแนวของค่าผิดปกติเหล่านี้เป็นผนังเตา และเป็นตำแหน่งที่แนะนำให้มีการขุดตรวจสอบทางโบราณคดีต่อไป

Ancient kilns and earthwares have been discovered in Burerum Province for years,especially in Lahan Trai District and Ban Grourd District, an area along Thailand Cambodia border. Previous archaeological excavations indicated that the structures of these kilns were so called Slab Kilns and aged around 15 17 B.E. from the radio carbon dating of cinders sample from the fire box of the excavated kilns.The kilns were in the same period as other Khmer evidences in these areas. The kiln walls were made of clay with bamboo structures, so when they were heated up in high temperature and slowly cooled down causing their magnetic property different from surrounding soil. In this study, the gradient magnetic field was measured in order to locate a buried ancient kiln. The result of this study shows that there were 3 lines of magnetic anomaly aligning in east west direction at the depth 0.5 1.2 meters from the surface.These anomaly were expected to be the walls of the ancient kiln and verified archaeological excavation in the future is suggested.