ผลของแบคทีเรียบริเวณรากพืชที่มีต่อการสะสมสังกะสีและแคดเมียมพืชวงศ์ Brassicaceae

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ศรวิษ เสียงแจ้ว

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ศรวิษ เสียงแจ้ว

  • พาทิศ มหากิตติคุณ

  • ประหยัด โภคฐิติยุกต์

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษามัธยมปลาย

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

แบคทีเรียบริเวณรากพืชมีกลไกหลายอย่างในการเพิ่มการเจริญเติบโตของพืช ในการศึกษาครั้งนี้ได้ทำการศึกษาถึงบทบาทของแบคทีเรียบริเวณรากพืชต่อการดูดซับสังกะสีและแคดเมียมของพืช โดยทำการทดสอบความงอกของเมล็ดพืชในวงศ์ Brassicacea จำนวน 4 ชนิด เพื่อประเมินค่าความทนของพืชที่มีต่อโลหะหนัก พบว่า ผักกวางตุ้ง (Brassica campertris var. chinensis) มีความเหมาะสมสำหรับทำการทดลองในห้องปฏิบัติการ จากการศึกษาการสะสมโลหะหนักในภาวะไร้ดินที่ความเข้มข้นของสังกะสีที่ 0, 50, 100, 200 มก/ลิตร และแคดเมียมที่ 0, 5, 10, 20 มก/ลิตร พบว่าผักกวางตุ้งมีการสะสมของสังกะสีและแคดเมียมเพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มข้นของโลหะหนักเพิ่มขึ้น จากการแยกเชื้อจุลินทรีย์ในดินที่มีการปนเปื้อนโลหะหนักจากหมู่บ้านพะเด๊ะ อ.แม่สอด จ.ตาก พบว่ามีแบคทีเรียที่สามารถทนต่อสังกะสีที่ความเข้มข้น 500 มก/ลิตร ได้จำนวน 5 สายพันธุ์ และทนต่อแคดเมียมที่ความเข้มข้น 50 มก/ลิตรได้จำนวน 6 สายพันธุ์ เมื่อทำการทดสอบผลของแบคทีเรียที่มีต่อผักกวางตุ้งโดย root elongation assay และตรวจสอบการสร้าง Indole Acetic Acid (IAA) พบว่า แบคทีเรียสายพันธุ์ Pseudomonas aeruginosa และ Serratia marcescens ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของผักกวางตุ้งในสภาวะที่มีสังกะสีและแคดเมียมตามลำดับ อย่างไรก็ตามพบว่ามีการสร้าง IAA เฉพาะในแบคทีเรียสายพันธุ์ S. marcescens เท่านั้น ดังนั้น จากการศึกษาครั้งนี้พบว่าแบคทีเรียบริเวณรากพืชมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช และมีแนวโน้มในการเพิ่มการสะสมโลหะหนักในพืชชนิดนี้ Most soil bioremediation research in the past two decades has focused on the roles of rhizospheric bacteria in direct and indirect effects on metal removals. In this study, the roles of rhizospheric bacteria on the uptake of Zn and Cd by Brassicaceae plants were investigated. The seed germination test of the Brassicaceae plants were carried out to evaluate for their tolerance to Zn and Cd. Based on the vigor index, Pak Choi (Brassica campertris var. chinensis) was selected with the highest germination rate for further study. In the hydroponic study, plants were exposed to 0, 50, 100, 200 mg/L of Zn and 0, 5, 10, 20 mg/L of Cd. Increasing metal concentration resulted in the increase in metal accumulation by B. chinensis. Five of Zn and six of Cd tolerance rhizospheric bacteria strains were isolated from Cd and Zn contaminated soil of Padae village, Mae Sod District, Tak Province. The influence of selected bacteria on the growth of B. chinensis was performed using root elongation assay and the production of Indole Acetic Acid (IAA). The two strains were selected, Pseudomonas aeruginosa and Serratia marcescens, based on their promotion the growth of plants in Zn and Cd stress, respectively. However, the production of IAA was only presented in the strain S. marcescens. Results from the study indicate that two rhizospheric bacteria enhance plant growth and tend to increase the Zn and Cd accumulation capacity of B. chinensis