ผลของสารสกัดจากลำต้นไมยราบที่มีต่อเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดแผลฝีหนอง

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • วชิราภรณ์ วนิชนพรัตน์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ทิพาพร ขวัญแก้ว

  • ภาณุวรรณ จันทวรรณกูร

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ไมยราบ เป็นวัชพืชที่พบโดยทั่วไปในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการศึกษาสรรพคุณทางสมุนไพร พบว่า สามารถรักษาโรคไต และช่วยรักษาแผลฝีหนองได้ จึงมีความสนใจที่จะศึกษาความสามารถในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดแผลฝีหนอง โดยใช้สารสกัดจากลำต้นไมยราบได้ทำการทดลอง ซึ่งการทดลองตอนที่ 1 ได้นำไมยราบมาตากแห้ง บดให้ละเอียดให้ได้ปริมา 10 g นำไปสกัดด้วยน้ำและ เอทานอล ได้สารสกัดที่มีความเข้มข้น 3.275 และ 0.95 g/ml ตามลำดับ การทดลองตอนที่ 2.1 นำสารสกัดทั้งสองมาชนิดละ 0.1 ml เพื่อทดสอบกับเชื้อ Staphylococcus aureus , Bacillus subtilis และ Escherichia coli โดยทำการทดลอง 3 ครั้ง ครั้งละ 5 ตัวอย่าง มีน้ำและเอทานอลเป็นชุดควบคุม ซึ่งผลจากการทดลองพบว่า สารสกัดไมยราบที่สกัดด้วยเอทานอลให้ผลการยับยั้งดีกว่าน้ำ ส่วนการทดลองตอนที่ 2.2 นำสารสกัดไมยราบที่สกัดด้วยเอทานอลปริมาณ 20 ml มาทำให้เจือจางในอัตราส่วน 1:1 , 1:2 , 1:4 , 1: 8 , 1:16 , 1: 32 , 1: 64 , 1: 128 แล้วนำไปทดสอบกับเชื้อทั้ง 3 ชนิด ซึ่งผลการทดลองพบว่า สารสกัดจากไมยราบที่สกัดด้วยเอทานอลให้ค่า Minimal Inhibition Concentration (MIC) เท่ากับ 5.33 mm. เมื่อทดสอบกับเชื้อ Bacillus subtilis การทดลองตอนที่ 3 นำสารสกัดไมยราบที่สกัดด้วย เอทานอลมาทดสอบกับเชื้อทั้ง 3 ชนิดเปรียบเทียบกับยาปฏิชีวนะ Ampicillinความเข้มข้น 0.01 g/ml พบว่าสารสกัดไมยราบมีประสิทธิภาพด้อยกว่ายาปฏิชีวนะที่ใช้ เนื่องจากให้ผลการยับยั้งมากที่สุดเพียง 46.61% ในการทดสอบกับเชื้อ Bacillus subtilis ส่วนการทดลองตอนที่ 4 เป็นการนำสารสกัดไมยราบที่สกัดด้วยเอทานอล มาแยกสารออกฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ด้วยเทคนิค Thin Layer Chromatography ซึ่งอยู่ในระหว่างทำการทดลอง