การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ Bulbophyllum affine

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ธีรภัทร เหลืองศุภบูลย์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • อนุพันธ์ กงบังเกิด

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาปริญญาโทขึ้นไป

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

จากการเลี้ยงต้นอ่อนกล้วยไม้ Bulbophyllum affine อายุ 8 เดือน บนอาหารกึ่งแข็งดัดแปลงสูตรต่างๆ ที่เติมน้ำมะพร้าว 150 มล./ล น้ำต้มมันฝรั่ง 100 ก./ล กล้วยหอมบด 50 ก./ล และผงถ่าน 2.0 ก./ล เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า ชิ้นส่วนต้นอ่อนที่เลี้ยงบนอาหารสูตร VW ชักนำให้เกิดจำนวนยอดใหม่เฉลี่ยมากที่สุด (3.75 ยอดต่อชิ้นส่วน) ในขณะที่อาหารสูตร Kc จะให้ค่าความยาวยอด (1.48 ซม.) จำนวนราก (12.57 รากต่อชิ้นส่วน) และความยาวราก (0.93 ซม.) เฉลี่ยมากที่สุด และเมื่อนำชิ้นส่วนต้นอ่อนย้ายเลี้ยงบนอาหารสูตร VW ที่เติมน้ำตาลซูโครส ร่วมกับน้ำมะพร้าว ปริมาตรต่างๆ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า อาหารสูตรที่เติมน้ำตาลซูโครส 20 ก./ล ร่วมกับน้ำมะพร้าว 150 มล./ล จะให้จำนวนยอดเฉลี่ยมากที่สุด (2.65 ยอดต่อชิ้นส่วน) ในขณะที่อาหารที่เติมน้ำตาลซูโครส 10 ก./ล ร่วมกับน้ำมะพร้าว 150 มล./ล จะให้ความยาวยอดเฉลี่ยมากที่สุด (3.21 ซม.) ส่วนอาหารสูตรที่มีน้ำตาลซูโครส 20 ก./ล ร่วมกับน้ำมะพร้าว 100 มล./ล และสูตรที่เติมน้ำตาลซูโครส 20 ก./ล ร่วมกับน้ำมะพร้าว 50 มล./ล จะชักนำให้จำนวนราก (17.81 ราก) และความยาวราก (2.13 ซม.) เฉลี่ยมากที่สุด ตามลำดับ การนำต้นอ่อนความสูง 4 5 ซม. มีราก 7 8 ราก ปลูกในวัสดุปลูกที่แตกต่างกัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า ต้นกล้วยไม้ที่ปลูกในเวอร์มิคูไลต์ และกาบเฟินชายผ้าสีดา ให้เปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตสูงสุด (93.3%) ไม่แตกต่างกัน