การศึกษาสารพิษตกค้างในผัก พฤติกรรมผู้บริโภคและแนวทางลดสารเคมีเพื่อปรับเปลี่ยนการบริโภคผักปลอดสารพิษ

ผู้เขียน

วันปิติ ธรรมศรี

เอกสารที่มา

วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 41, 3 (ก.ค.-ก.ย. 2561) 82-92

หัวข้อ:

ผักปลอดสารพิษ. สารพิษตกค้างทางเกษตรกรรม.

บทคัดย่อ

การศึกษาสารพิษตกค้างในผัก พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวทางลดสารเคมีเพื่อปรับเปลี่ยนการบริโภค ผักปลอดสารพิษในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเลือกบริโภคผักปลอดสารพิษ ศึกษาวิเคราะห์หาปริมาณสารพิษตกค้างกลุ่ม Organophosphates และ Carbamate และสร้างแรงจูงใจ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค กลุ่มตัวอย่างคือ ตัวแทนผู้บริโภค จํานวน 400 คน และตัวแทนผักคะน้า จํานวน 80 ตัวอย่าง ใน 4 พื้นที่ (แขวงบางพลัด แขวงบางอ้อ แขวงบางบําหรุ และแขวงบางยี่ขัน) ของกรุงเทพมหานคร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม ชุดทดสอบเอ็มเจพีเค (MJPK) และเครื่องมือ วิเคราะห์ Gas Chromatograph-Mass Spectrometer : GC-MS ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรม การเลือกบริโภคผักปลอดสารพิษคือปัจจัยส่วนบุคคล ส่วนผลการสุ่มตรวจสารพิษในคะน้าด้วยชุดทดสอบพบว่า แขวงบางพลัดพบการตกค้างอยู่ในระดับไม่ปลอดภัยมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 40 และเมื่อทําการสุ่มตรวจสารพิษ ในผักคะน้าปลอดสารพิษด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ GC-MS พบว่าตรวจไม่พบสารพิษตกค้างในกลุ่ม Organophosphates (32 ชนดิ) อย่างไรก็ตามเมื่อผู้บริโภคได้ตระหนักถึงการสะสมของสารพิษในผักดั งกล่าว ทำให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาบริโภคคะน้าปลอดสารพิษแทน ซึ่งจากการเผยแพร่ข้อมูลการศึกษานี้พบว่า ผู้บริโภคมีระดับความเชื่อมั่นอยู่ในระดับปานกลางถึงมาก สำหรับแนวทางการลดสารเคมีโดยวิธีการล้างผักที่ดีที่สุด คือ การใช้โซเดียมไบคาร์บอเนตและนํ้าส้มสายชูซึ่งสามารถลดการตกค้างของสารพิษได้ร้อยละ 90-95