๒.๓ ข้อสังเกตและความเห็นของผู้สรุป

ถ้าจะสังเกตลักษณะการเสนอความคิดของผู้เขียนเราอาจจะคิดเชื่อมโยงกับคำหลักที่มักจะใช้ในบทความนี้ คือ (๑) ความค่อยเป็นค่อยไป (๒) ความเสี่ยงและภาระหนี้สิน และ (๓) การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งถ้าเราสามารถดำเนินในวิธีของ (๑) ความพอเพียง (๒) ความพอประมาณอย่างมีเหตุผล (๓) และการยึดทางสายกลาง เราจะสามารถเชื่อมโยงวิธีดังกล่าวกับคำหลักทั้งสามที่กล่าวข้างต้นได้เป็นอย่างดี

การประยุกต์แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงต่อองค์กรใหญ่อาจไม่ใช่สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน การดำเนินธุรกิจแบบเศรษฐกิจพอเพียงอาจดูขัดกับแนวความคิดการทำธุรกิจทั่วไป ที่ว่า "High risk high return" และการเก็งกำไรเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริม

แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงที่จะใช้ในระดับนโยบายของชาติควรจะมุ่งประเด็นสู่ SMEs ในแง่มุมที่กว้างเอาไว้ เช่น ควรส่งเสริมเกษตรกรรายเล็กและกลางซึ่งกระจายในส่วนต่าง ๆ ของประเทศเพราะหากองค์กรขนาดใหญ่ล้มละลายแต่ SMEs ยังคงอยู่อย่างมั่นคงได้นอกจากนี้ การส่งเสริมให้เกิดความแข็งแกร่งจะช่วยหลีกเลี่ยงหรือบรรเทาปัญหาการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานการทำกิน ซึ่งทำให้ผลผลิตต่อหน่วยต่อหัวในชนบทไม่ลดตัวลงอย่างน่าตกใจ และเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาความยากจนฉับพลันที่จะเกิดขึ้นในชนบทได้

เนื่องจากเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงและความมั่นคงดังกล่าวได้ถูกจัดตั้งขึ้นแล้ว ควรส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงในส่วนครัวเรือนทั้งในส่วนขนาดและที่ตั้ง นอกเหนือจากการดำเนินการตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงด้วย เพราะจะช่วยทำให้ผลกระทบต่อหน่วยแยกย่อยของแต่ละครัวเรือนลดลง อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีกันในกลุ่มด้วย ทั้งนี้ ผู้สรุปมีความเห็นว่าเศรษฐกิจพอเพียงจะสามารถนำไปใช้งานในการทำธุรกิจ SMEs ได้เป็นอย่างดี