๕.๒ คำอธิบาย

(๑) ความพอประมาณ

ความพอประมาณเป็นองค์ประกอบของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถอธิบายได้จากแนวคิดของ Utility function กล่าวคือ โดยทั่วไปเศรษฐศาสตร์จะสมมติว่า คนเราจะมี Utility function ที่ตีความได้ว่า มีลักษณะของ "ความพอประมาณ" โดยความพึงพอใจในการบริโภคหน่วยสุดท้าย ซึ่งจะลดลงเมื่อมีการบริโภคเพิ่มขึ้นหรือที่เรียกว่า "Diminishing marginal utility"

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้เขียนจึงได้อธิบายความหมายของ "ความไม่พอประมาณ" ด้วย Utility function ที่มีลักษณะ Increasing marginal utility ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก Utility function ที่อยู่ในรูปของ Inter-personal utility function กล่าวคือ เมื่อความพึงพอใจในการบริโภคไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับการบริโภคของตนเองเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบกับระดับการบริโภคของผู้อื่นจากพฤติกรรมต่าง ๆ อาทิ การเอาอย่าง (Emulation) ความอิจฉาริษยา (Envy) ด้วยแล้ว สิ่งนี้ล้วนแล้วแต่จะทำให้ Utility function ขาดลักษณะของความพอประมาณได้ทั้งสิ้น

Utility function ที่ตรงข้ามกับหลักความพอประมาณ จะทำให้เกิดปัญหากับทฤษฎีบนพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์หลายประการ อาทิ ปัญหาการไม่ใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Non-Pareto optimality) ปัญหาระบบเศรษฐกิจไม่เคลื่อนที่เข้าสู่จุดดุลยภาพ (Unstable equilibrium) ตลอดจนปัญหาระบบเศรษฐกิจมีจุดดุลยภาพหลายจุด (Multiple equilibria)

(๒) ความมีเหตุผล

ความมีเหตุผลเป็นองค์ประกอบของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดของ Rational behaviour ในทางเศรษฐศาสตร์ โดยหากบุคคลมีความรู้ ความเข้าใจ และความรอบคอบประกอบการตัดสินใจแล้ว พฤติกรรมทางเศรษฐศาสตร์ของแต่ละคนจะนำไปสู่ผลรวมที่มีการใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

พฤติกรรมที่ไม่มีเหตุผลหรือขาดความรู้ ความเข้าใจและความรอบคอบจนทำให้พฤติกรรมดังกล่าวดูเสมือนไร้เหตุผล อาทิพฤติกรรมทางความเสี่ยงของนักลงทุนหลายคนในประเทศไทยเมื่อก่อนเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ จึงเป็นพฤติกรรมของการตัดสินใจที่ขาดความรู้และความรอบคอบ อันเป็นเหตุให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจตามมาในที่สุด