ภาษิตว่าด้วยการเตรียมการล่วงหน้า

คนล้านนามีภาษิตที่เตือนให้รู้จักเตรียมการล่วงหน้า เพื่อป้องกันผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ภาษิตว่า

งูใกล้หน้าแข้ง ฟั่งแล่นหาค้อน [งูไก้หน้าแค่ง ฟั่งแล่นหาค้อน] แปลว่า งูมาถึงหน้าแข้งแล้ว แต่เพิ่งจะรีบวิ่งหาท่อนไม้เพื่อจะตีงู

ฟั่ง แปลว่า รีบ

แล่น แปลว่า วิ่ง

ค้อน แปลว่า ท่อนไม้

ภาษิตบทนี้หมายถึง ภัยมาถึงตัวแล้วแต่เพิ่งจะเริ่มเตรียมการรับมือ ทำให้แก้ไขสถานการณ์ไม่ทัน ยังมีภาษิตอีกบทที่มีความหมายทำนองเดียวกัน กล่าวว่า

งูใกล้แข้งแล้ว ช่างหุ้มฉกหวัน เอาไหนบ่ทัน มันมารอดใกล้ [งูใกล้แข้งแล้ว ช่างหุ้มฉกหวัน เอาไหนบ่ทัน มันมารอดใกล้] แปลว่า งูเข้ามาใกล้ หน้าแข้ง จะฉกหรือรัดอยู่แล้ว ทำอะไรไม่ทัน มันมาถึงตัว

หุ้ม แปลว่า ชอบ

หวัน แปลว่า พัน, กอดรัด, พัวพัน

เอาไหนบ่ทัน [เอาไหนบ่ทัน] แปลว่า ทำอะไรไม่ทัน, ทำอะไรไม่ถูก

รอด [รอด] แปลว่า ถึง

ภาษิตบทนี้ให้ความหมายที่หนักแน่นขึ้น ว่าเมื่อปล่อยให้ภัยมาถึงตัวแล้ว ทำให้แก้ไขไม่ได้

ใคร่ขี้ล่นหาขอน ใคร่นอนล่นหาสาด [ใคร่ขี้ล่นหาขอน ใคร่นอนล่น หาสาด] แปลว่า อยากจะถ่ายทุกข์ค่อยวิ่งหาขอนไม้ อยากจะนอนค่อยวิ่งหาเสื่อ คนในสมัยโบราณเมื่อจะถ่ายทุกข์มักจะนั่งบนขอนไม้ หรือนั่งบนหลุมที่ขุดขึ้น เฉพาะคราว ภาษิตนี้หมายถึง การทำอะไรที่จวนตัว ทำให้มีเวลาน้อยหรือไม่มี เวลาในการแก้ไขสถานการณ์ ดังนั้นจะทำอะไรจึงต้องรู้จักเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นเป็นประจำ

ใคร่ [ใคร่] แปลว่า อยาก, ต้องการ

ล่น แปลว่า วิ่ง

สาด แปลว่า เสื่อ ในภาษาไทยกรุงเทพมักปรากฏในคำซ้อนว่า เสื่อสาด

ล้านนาเป็นสังคมเกษตรกรรม มีภาษิตที่เตือนให้เตรียมการให้พร้อม สำหรับการทำนา ว่า

เถิงยามนามาไคว่ ควรป่าวไพร่ขุดเหมือง [เถิงยามนามาไคว่ ควรป่าวไพร่ขุดเหมือง] แปลว่า เมื่อฤดูทำนามาถึง ควรที่จะป่าวประกาศให้ ประชาชนได้ขุดลอกเหมือง หมายถึง เมื่อถึงฤดูทำนา ผู้ที่ดูแลเหมืองฝาย จะต้องป่าวประกาศให้ประชาชนขุดลอกเหมืองไว้ล่วงหน้าเพื่อรองรับน้ำ และ ให้น้ำไหลผ่านได้สะดวกทั่วถึงผืนนา

เถิง คือ ถึง

ยาม [ยาม] แปลว่า เวลา, ฤดูกาล

ยามนา [ยามนา] หมายถึง ฤดูทำนา

ไคว่ แปลว่า ครบรอบ, ถึง, ทั่วถึง

ป่าว คือ ประกาศ บอกให้รู้ทั่วกัน

เหมือง แปลว่า ร่องน้ำที่ขุดขึ้นเพื่อชักน้ำมาใช้ในการเกษตร

(นายศิริสาร เหมือนโพธิ์ทอง)