มาฆบูชา
ปีใดมีอธิกมาสคือเดือนแปดสองหนก็เลื่อนไปกลาง.ถือ « วันมาฆบูชานี้เพิ่ง ทำกันขึ้นเมื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตามแบบ โบราณบัณฑิตที่นิยมไว้ว่า:
๑. วันนั้น เป็นวันที่พระอรหันตสาวก ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมที่พระเวฬุวันมหาวิหารในกรุงราชคฤห์
๒. ท่านเหล่านั้น ล้วนได้รับอุปสมบทจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๓. ท่านเหล่านั้นไม่มีใครเชิญแต่บังเอิญมาเอง และ
๔. วันนั้นเป็นมาฆบุรณมี พระจันทร์เสวยฤกษ์มาฆะเต็มบริบูรณ์
พร้อมกันเป็นองค์ ๔ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต นับว่าเป็นการ อัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา ที่เหตุการณ์ทั้ง ๔ นี้ มีบรรจบกันในวันนั้น พุทธศาสนิกบัณฑิตจึงได้ถือเอาเหตุนั้นประกอบการสักการบูชา พระสัมมา สัมพุทธเจ้า และพระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์นั้น ให้เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อม ใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา อนึ่ง ในวันนั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง เทศน์โอวาทปาติโมกข์ในที่ประชุมสงฆ์ ซึ่งเป็นมหาสังฆสันนิบาต คือประ ชุมสงฆ์หมู่ใหญ่ ใจความของโอวาทปาติโมกข์นั้น ก็คือแสดงหัวข้อคำสอน ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ๓ ประการ คือ:
สพพปาปัสสะ อกรณํ การไม่ทำความชั่วทุกชนิด ๑
กุสลัสสูปสมปทา การทำแต่ความดี ๑
สจิตตปริโยทปนํ การทำใจให้ผ่องแผ้ว ๑
เอตํ พุทฺธานํ สาสนํ ๓ ประการนี้ เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
พิธีนี้มีชื่อเรียกเป็น ๒ อย่าง คือ มาฆบูชาบ้าง จาตุรงคสันนิบาตบ้าง ดังเหตุผลที่กล่าวมาแล้ว ในวันเช่นนี้ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง โอวาทปาติโมกข์แก่พระสงฆ์ที่ประชุมกันในตอนบ่าย ที่พระเวฬุวันมหาวิหาร ในกรุงราชคฤห์ นับว่าเป็นวันประดิษฐานพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก
การที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเลือกเอากรุงราชคฤห์เป็นที่ประ ดิษฐานพระพุทธศาสนานั้น น่าจะเห็นว่าเพราะพระองค์ทรงเห็นความมั่นคง ของพระศาสนาแล้ว เนื่องด้วยพระเจ้าพิมพิสารทรงเลื่อมใส เพราะการตั้ง สมาคมต้องอาศัยความนิยมนับถือของประชาชนเป็นใหญ่ เมื่อมีผู้นิยมนับถือ แล้วสมาคมที่ตั้งขึ้นก็เจริญ หากไม่มีผู้นิยมนับถือก็ย่อมเสื่อม ฉะนั้น เมื่อพระ เจ้าพิมพิสารทรงเลื่อมใสแล้วก็มั่นใจว่าจะเจริญ อีกประการหนึ่งก็ต้องการจะ อาศัยกำลังของพระเจ้าพิมพิสารด้วย เพราะสมาคมที่ตั้งขึ้นแล้วจะดำรงยั่งยืน อยู่ได้ ต้องได้รับความอุปถัมภ์บำรุงเพียงพอ ถ้าขาดผู้อุปถัมภ์ก็หมดกำลัง ตั้งอยู่ไม่ได้ต้องเลิกล้มไป อย่างเดียวกับวัดวาอารามหรือสมาคมต่าง ๆ ใน บัดนี้ เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงเลื่อมใสแล้ว ก็เป็นอันได้รับความอุปถัมภ์ที่ แข็งแรง ซึ่งพอไว้ใจได้ว่าจะไม่ล้ม ด้วยเหตุผลตามที่กล่าวมานี้ พอจะชี้ ให้เห็นถึงการที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเลือกประดิษฐานพระพุทธ- ศาสนาในกรุงราชคฤห์เป็นครั้งแรก
ด้วยเหตุที่วันนี้เป็นวันสำคัญ เป็นวันประดิษฐานพระพุทธศาสนา ได้มั่นคงถาวรตราบเท่าจนทุกวันนี้ จึงได้จดเป็นพระราชพิธีอย่างหนึ่ง ซึ่ง พระมหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสืบ ๆ กันมา เป็นประจำตั้งแต่รัช- กาลที่ ๔ ตลอดมา การพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์นั้น ปรากฏใน เรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือนมีดังนี้.-
สวดทำวัตรเย็นเหมือนอย่างที่วัดแล้วจึงให้สวดมนต์ต่อไป มีสวดคาถาโอวาท ปาติโมกข์ด้วย สวดมนต์จบ ทรงจุดเทียนตามราวรอบพระอุโบสถ, ๒๕๐ เล่ม เท่าจำนวนพระอรหันต์ที่มาประชุมครั้งนั้น มีประโคมด้วยอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงได้มีเทศนาโอวาทปาติโมกข์กัณฑ์ ๑ เป็นเทศนาทั้งภาษามคธและภา- ษาไทย เครื่องกัณฑ์จีวรเนื้อดีผืนหนึ่ง เงิน ๓ ตำลึง และขนมต่าง ๆ เทศน์ จบพระสงฆ์ที่สวด ๓๐ รูปนั้นรับสัพพีเป็นเสร็จการ อนึ่ง วันมาฆะนี้ถ้าถูก คราวเสด็จพระราชดำเนินไปประพาสที่ใด ๆ เช่นพระพุทธบาท พระพุทธ- ฉาย พระปฐมเจดีย์ พระแท่นคงรัง ก็ทรงทำมาฆบูชาในสถานที่นั้น ๆ ขึ้น อีกส่วนหนึ่งต่างหาก นอกจากในพระบรมมหาราชวัง" นี้เป็นการกุศลส่วน ของพระมหากษัตริย์
ส่วนที่พุทธศาสนิกชนอื่น ๆ จะบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันมาฆบูชานี้มีประเพณีว่า ให้นำดอกไม้ธูปเทียนไปที่วัด พอได้เวลาพระสงฆ์ประชุมพร้อมกัน ยืนหันหน้าตรงต่อพระสถูปหรือพระปฏิมา บรรดามารศาสนิกชนก็ยืนตั้งแถวให้เป็นระเบียบอยู่หลังพระสงฆ์ จุดธูปเทียนที่เตรียมไปยืนตรงประนมมือถือเครื่องสักการะ พระสงฆ์ผู้ใหญ่ในที่ประชุมนั้นกล่าวนำคำบูชา แล้วทั้งหมดว่าตามด้วยความตั้งใจแน่วแน่ตรงต่อวัตถุที่เคารพบูชานั้น คำบูชากล่าวเป็นภาษามคธว่าดังนี้.-
ยมมุโห โข เม ภควนุติ สรณ คตาโย โน ภควา สุตถา ยสุส จ เม ภควโต ธัมมิ โรเจม อโหสิ โข โส ภควา มชุณิเมสุ ชนป- เทสุ อริยเกสุ มนุสเสสุ อุปปนุโน ตุติโย ชาติยา โคตโม โคตุตเตน สกยปุตฺโต สกยกุลา ปพพชิโต สเทวเก โลเก สมารเก สพุรหุมเก สสุสมณพราหุมณิยา ปชาย สเทวมนุสุสาย อนุตุตริ สมุตาสมุโพธิ อภิสมฺพุทโธ นิสุสิต โข โส ภควา อรห์ สมุตาสมุพุทโธ วิชุชา จรณสมุปนุโน สุคโต โลกวิทู อนุตุตโร ปุริสธุมสารถิ สุตถา เทวมนุสุสานิ พุทฺโธ ภควา สุวากุขาโต โข ปน เตน ภควตา ธมฺโม สนุติภูริโก อกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปนยิโก ปจุทุติ เวทิตพุโพ วีญญหิ สุปฏิปนฺโน โข ปนสุส ภควโต สาวกสงฺโม อุชุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ ญายปฏิปนุโน ภควโต สาวกสงฺโฆ: สามีจิปฏิ- ปนุโน ภควโต สาวกสงฺโฆ ยทิทิ จตุปาริ ปุริสยุคานิ อฏฺฐ ปุริส- ปุคคลา เอส ภควโต สาวกสงฺโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อญฺชลิกรณีโย อนุตุตร ปุญญกุเขตุติ โลกสุส
อโย โข ถูโป / ปน / ปฏิมา ติ ภควนุติ
อุทุทิส กโต / อุททิสุส กตา
ยาวเทว ทสุสเนน ติ ภควนุติ อนุสุสรัตฺวา ปสาทส์เวคปฏิลาภาย มยํ โข เอตรหิ อิมสฺมึ มาฆปุณณมีกาลํ ยตุถ โข ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อาตุรงคิเก สาวกสฺสนนิปาเต โอวาทปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิ ตถา หิ อทุฒเตรส ภิกขุสตานิ สพฺเพสฺเยว ขีณาสวานํ สพฺเพ เต เอหิภิกขุกา สพฺเพปิ เต อนามนุติตาว ภควโต สนุติกิ อาคตา เวฬุวเน กลนุทก- นิวาเส มาฆปุณฺณมิํ วทุฒมานกจุฉายาย ตสฺมิํ สนิปาเต ภควา วิสุทธอุโปสถํ อกาสิ โอวาทปาติโมกฺขํ อุทฺทิส อยํ อมุหาก็ ภควโต เอโกเยว สาวกสะนุปาโต อโหสิ จาตุรงฺคิโก อทุฒเตรส ภิกฺขุสตานํ สพฺเพสฺเยว ขีณาสวานํ ตทูกาลสมฺมุติ ปตฺวา อิมิ ธานิ สมุปปตฺตา อิเม ทณฺฑธิปูปาทิสกุกาเร กเหตุวา อตุโน กาย สกุการุปธานํ กริตฺวา ตสฺมึ ภควโต สาวกสํฆํสุสฺ ยถาคุจุชฺ คุณฺณํ อนุสุสฺรนุตา อิมิ ปฏิมาฆรี ติกุปตฺติ ปทกุชิณิ กริสุสม ยถาคหิตฺเตหิ สกุกเรหิ ปูช กุรุมานา สาธุ โน ภควา สาวกสงฺโฆ สุจิรปรินิพฺพุตปิ ญาตพุเพหิ คุณฺธรหิ อติตารมุมนาย ปญฺญายมาโน อิเม อมฺเหหิ คหิต สกุกาเร ปฏิคฺคณฺหาตุ อมฺหากํ ที่ชรตุติ หิตาย สุขาย.
ใจความว่า "เราทั้งหลายนับถือพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดว่าเป็น ที่พึ่งที่ระลึก พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดเป็นพระศาสดาของเราทั้งหลาย อนึ่งเราทั้งหลายชอบพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นแลเป็นผู้เลิศแล้วในมัชฌิม ประเทศชนบทในหมู่แห่งมนุษย์อริยกะทั้งหลายพระองค์เป็น กษัตริย์ โดยชาติ เป็นพระโคดมโคตร เป็นตถาคตบุตรบรรพชาแล้ว แต่ศากยตระกูล เป็นผู้ ตรัสรู้ยิ่งแล้ว ซึ่งอภิสัมโพธิญาณมีความรู้อื่นไม่ยิ่งขึ้นไปกว่า ความไม่สงสัย เชื่อแน่ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดย ชอบแล้ว ถึงพร้อมด้วยวิชาและจรณะ ทรงดำเนินดีแล้ว รู้แจ้งซึ่งโลก เป็น ยอดสารถีผู้ฝึกคนที่ควรฝึก เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็น ผู้เบิกบานแล้วเป็นผู้จำแนกพระธรรม
อนึ่ง พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นตรัสไว้ดีแล้วเป็น ธรรมที่จะได้เห็นด้วยตนเอง มีผลไม่จำกัดกาลเวลา เป็นของจริงที่จะเรียก กันมาดูได้ เป็นความดีที่จะน้อมนำเข้ามาในตนได้ อันวิญญูชนทั้งหลายรู้แจ้ง ได้จำเพาะตน
อนึ่ง พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นผู้ปฏิบัติ ดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเป็นธรรม ปฏิบัติน่านับถือ นี่คือพระอริยบุคคลสี่คู่ นับเรียงองค์เป็นแปด มีพระโสดาบันเป็นต้น พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระ ภาคเป็นผู้ควรคำนับ เป็นผู้ควรต้อนรับ เป็นผู้ควรทำบุญ เป็นผู้ควรกราบ ไหว้เป็นนาบุญยอดเยี่ยมของโลก
ก็พระสถูปพระปฏิมานี้ สร้างอุทิศถวายพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เพื่อได้เห็นและระลึกถึงพระองค์ เพื่อให้ได้ความเลื่อมใสและสังเวช บัดนี้ เราทั้งหลายมาถึงกาลมาฆบูรณมี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันที่สมเด็จพระสัมมาสัม- พุทธเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ในที่ประชุมสงฆ์อันประกอบด้วยองค์ ๔ จึงมาพร้อมกัน ณ ที่นี้ ถือเครื่องสักการบูชามีธูปเทียนเป็นต้น กระทำการ ของคนให้เป็นภาชนะรองเครื่องสักการะ ระลึกถึงพระพุทธคุณอันแท้จริง พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกเป็นอารมณ์ จะกระทำปทักษิณพระสถูป พระปฏิมานี้ ๓ รอบ ทำการบูชาด้วยเครื่องสักการะที่ถือไว้นี้ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อม ด้วยพระสงฆ์สาวก แม้เสด็จปรินิพพานไปนานแล้ว แต่ยังดำรงอยู่โดยพระ คุณทั้งหลาย จงทรงรับเครื่องสักการะที่ข้าพเจ้าทั้งหลายถืออยู่นี้ เพื่อประ- โยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนาน เทอญ
ต่อนั้น จัดแถวเดินปทักษิณเวียนขวาพระสถูปพระปฏิมา ๓ รอบ การเวียนนี้ต้องทำใจให้สงบจริง ๆ ไม่ควรพูดจาเซาะสรวลระริกซิกซี้หรือทำอาการตลกคะนอง ควรระลึกถึงพระพุทธคุณในรอบแรก ระลึกถึงพระธรรมคุณในรอบสอง ระลึกถึงพระสังฆคุณในรอบสาม เสร็จแล้วนำเครื่องสักการะวางไว้ตามที่ต่าง ๆ จัดไว้ให้เป็นระเบียบ ไม่ควรกระจัดกระจายหรือวางให้เลอะเทอะ แล้วเข้าไปในพระอุโบสถประชุมฟังพระสงฆ์ทำวัตรสวดมนต์ เมื่อเสร็จหน้าที่ของพระสงฆ์ ฆราวาสก็สวดต่อไป เมื่อสวดจบพระขึ้นเทศน์โอวาทปาติโมกข์เป็นกัณฑ์แรก เมื่อเทศน์จบพระสงฆ์สวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ ต่อนั้นไปก็มีเทศน์โดยตลอด ผู้มีศรัทธาแก่กล้าอยู่ไปจนตลอดรุ่งไม่หลับนอนเลยก็มี อุทิศร่างกายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ในวันนั้นจริง ๆ ทำใจไม่ให้ห่วงกังวลอะไร ๆ ทั้งหมด มีข้อที่ควรพูดอยู่อย่างหนึ่งคือ ในวันสำคัญเช่นนี้ไม่ควรถือโอกาสไปหย่อนใจ หรือไปหาความสนุกสนานรื่นเริง ในกิจพิธีที่ทำในวันนั้น ถ้าเห็นว่าจะทำใจให้ดีไปไม่ได้ ก็อย่าไปเลยดีกว่า ไปแล้วทำไม่ดี มีโทษ อนึ่ง ในวันนั้นถ้าไม่สามารถจะไปได้เพราะป่วยเจ็บหรือไม่สะดวกด้วยประการใด ๆ จะทำอยู่กับบ้านก็ได้ โดยสงบใจระลึกถึงว่า วันเช่นนี้เมื่อ ๒๕๐๐ ปีเศษมาแล้วเป็นวันสำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา คือเป็นวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเริ่มประดิษฐานพระพุทธศาสนา ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยแสดงหัวข้อคำสอนที่เรียกว่า โอวาทปาติโมกข์ไว้ และศาสนธรรมนั้นได้แพร่มาถึงเราตราบเท่าทุกวันนี้ และในวันนั้นก็กำหนดใจมั่นอยู่ในพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ให้เป็นไปตลอดวัน จึงจะสมกับเป็นพุทธศาสนิกชนแท้
คำบูชาพระวันมาฆบูชาอีกแบบหนึ่ง
อชุชาย์ มาฆบูรณมี สมุทุตา มาฆนกุสนุตเตน ปุณุณเจนโท ยุตฺโต ยถา ตถาคโต อรหฺ สมมาสมุพุทโธ จาตุรงคิเก สาวก- สนุนปาเต โอวาทปาติโมกข์ อุททิสิ ตทา หิ อฑุฒเตรสานิ ภิกขุสตานิ สพฺเพส์เยว ขิณาสวาโน สพฺเพเต เอหิ ภิกฺขู อุปสมฺปทา สพฺเพหิ อนามนุติตาว ภควโต สนุปฺปาโต อาคตา เวฬุวเน กลนุทกาน์วาโป มาฆ- ปุณฺณมิย์ ททุฒมานกจุฉายาย ตสุมิญฺจ สนุนปาเต ภควา วิสุทธ- โปสถ์ อกาสิ อมฺหาก ภควโต เอโกเยว สาวกสนุนิปาโต อโหสิ จาตุรงคิโก อฑุฒเตรสานิ ภิกขุสตานิ สพฺเพส์เยว ขิณาสวาโน มยํ ทานิ อิมํ มาฆปุณุณมี นกุขตุตสมย์ ตกกาลสตี สมุทุตา จิร- ปรินิพฺพุโต ตํ ภควนุติ อนุสุขาโน อิมํ ตสุส ภควโต สุขิภูเต เจติเย อิเมหิ ทิสา ปุปฺผาทิสกฺขเรหิ ตํ ภควนุติ ตานิ จ อฑุฒเตรสานิ ภิกขุสตานิ อภิปูชยาม สาธุโน ภควา สาวกสงฺโฆ สุจิรปรินิพฺพุโต โหติ กูเณหิ ธรมนาโน อิเม สกฺกกรํ ทุคฺคตปุณฺณาการภูเต ปฏิคฺคเหตฺวา อมหากํ ขิปฺปํ สุขาย.
คำแปล
วันเพ็ญมาฆบูรณมี ถึงพร้อมแล้ว พระจันทร์เพ็ญประกอบด้วยฤกษ์ มาฆะแล้ววันนี้ ในดิถีเพ็ญใดเล่าพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรง แสดงโอวาทปาติโมกข์ขึ้นแล้ว ในที่ประชุมสาวกสงฆ์พร้อมองค์ ๔ ประการ ครั้งนั้นพระภิกษุ ๑,๒๕๐ รูป ล้วนแต่พระขีณาสพอุปสมบทด้วยเอหิภิกขุ อุปสัมปทา ไม่มีผู้ใดเรียกมาประชุมยังสำนักพระผู้มีพระภาค ณ เวฬุวนาราม
เวลาตะวันบ่าย ดิถีมาฆะบูรณมี สมเด็จพระผู้มีพระภาค ได้ทรงทำวิสุทธอุโปสถ ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ขึ้น ณ ที่ประชุมนั้นวันนี้
การประชุมสาวกของพระผู้มีพระภาคของเราทั้งหลาย ได้มีครั้งเดียว พระภิกษุ ๑,๒๕๐ รูป ล้วนแต่พระขีณาสพ
บัดนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายมาถึงมาฆะบูรณมีนักขัตฤกษ์นี้ ซึ่งคล้ายกับวัน จาตุรงคสันนิบาตแล้วมาระลึกถึงพระผู้มีพระภาคนั้น แม้ปรินิพพานนานแล้ว เคารพบูชาพระผู้มีพระภาค และภิกษุสาวกขีณาสพ ๑,๒๕๐ รูปนั้น ด้วยเครื่อง สักการะบรรณาการธูปเทียนดอกไม้เป็นต้น เหล่านี้ ซึ่งเป็นพยานของพระ ผู้มีพระภาคเจ้านั้น ขอพระผู้มีพระภาคเจ้ากับสาวกสงฆ์แม้ปรินิพพานนาน ด้วยดีแล้ว ยังดำรงอยู่ด้วยพระคุณทั้งหลาย จงทรงรับสักการะบรรณาการ คนยากเหล่านี้ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้า ทั้งหลายสิ้นกาลนาน เทอญ