ธรรมสังคณี
ส่วนในมรรคที่พระโยคาวจรทำปัญจมฌานให้เป็นบาทแล้วให้เกิดขึ้น อ...
หมวด: อภิธรรมปิฎก ฝ่าย: ธรรมสังคณี ลำดับ: 537 อ้างอิง: Dhs 537 ประเภท: analysis
เนื้อหา
ส่วนในมรรคที่พระโยคาวจรทำปัญจมฌานให้เป็นบาทแล้วให้เกิดขึ้น องค์ฌานมี ๒ ด้วยสามารถแห่งอุเบกขาและเอกัคคตาจิต ได้โพชฌงค์ ๖ มรรค มีองค์ ๗ เท่านั้น ความแปลกกันแม้นี้ ย่อมมีด้วยสามารถแห่งการกำหนดทั้ง ๒ อย่างเพราะในนัยนี้ วิปัสสนาที่เป็นบุรพภาค ย่อมสหรคตด้วยโสมนัส หรือสห- รคตด้วยอุเบกขา. ส่วนวิปัสสนาที่เป็นวุฏฐานคามินีสหรคตด้วยอุเบกขาเท่านั้น แม้ในมรรคที่พระโยคาวจรทำอรูปฌานให้เป็นบาทแล้วให้เกิดขึ้น ก็นัยนี้แหละ สมาบัติที่พระโยคาวจรออกในส่วนที่ใกล้ชิดแห่งมรรคที่ท่านออกจากฌานที่เป็น บาทด้วยอาการอย่างนี้ แล้วพิจารณาสังขารอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดแล้ว ย่อม ทำภาวะเช่นเดียวแก่ตน ดุจสีพื้นดินกระทำเหี้ย ให้มีสีเช่นเดียวกันฉะนั้น. แต่ในวาทะของพระเถระองค์ที่ ๒ มีอธิบายว่า มรรคที่พระโยคาวจร ออกจากสมาบัติใด ๆ แล้วพิจารณาธรรมในสมาบัติใด ๆ เกิดขึ้น มรรคก็เป็น เช่นสมาบัตินั้น ๆ นั่นแหละ คือเช่นเดียวกับสมาบัติที่ท่านพิจารณาแล้ว ก็ถ้า ท่านพิจารณาธรรมอันเป็นกามาวจรทั้งหลาย มรรคก็เป็นอันประกอบปฐมฌาน. พึงทราบการกำหนดวิปัสสนาแม้นี้ โดยนัยที่กล่าวแล้วในวาทะนั้นนั่นแหละ ในวาทะของพระเถระองค์ที่ ๓ มีอธิบายว่า มรรคที่พระโยคาวจร กระทำฌานใด ๆ ให้เป็นบาท หรือพิจารณาธรรมใด ๆ ในฌาน สมควรแก่ อัธยาศัยแก่ตนว่า โอหนอ เราพึงบรรลุมรรคประกอบด้วยองค์ ๗ หรือองค์ ๘ ดังนี้ให้เกิดขึ้น มรรคก็เป็นเช่นเดียวกับฌานนั้น ๆ แหละ ก็แต่ว่ามรรคนั้น เว้นฌานที่เป็นบาท หรือฌานที่พิจารณาแล้ว ย่อมไม่สำเร็จ เพียงอัธยาศัย อย่างเดียว. เนื้อความนี้นั้น บัณฑิตพึงแสดงด้วยนันทโกวาทสูตร (ใน มัชฌิมนิกายสฬายตนวรรค).
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ