ธรรมสังคณี

พึงทราบวินิจฉัยแม้ในคำนี้ว่า อัปปณิหิตะ ต่อไป

หมวด: อภิธรรมปิฎก ฝ่าย: ธรรมสังคณี ลำดับ: 527 อ้างอิง: Dhs 527 ประเภท: analysis


เนื้อหา

พึงทราบวินิจฉัยแม้ในคำนี้ว่า อัปปณิหิตะ ต่อไป. คำว่า อปฺปณิหิตํ นี้เป็นชื่อของมรรค มรรคย่อมได้ชื่อแม้นี้ด้วย เหตุ ๓ เหมือนกัน. ได้อย่างไร ? คือภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ อาศัยอยู่ โดยความเป็นทุกข์แต่ต้นเทียว ย่อมเห็นสังขารทั้งหลายโดยความเป็นทุกข์ เท่านั้น ก็เพราะธรรมดามัคควุฏฐาน (การออกจากสังขตธรรมด้วยมรรค) ย่อมไม่มีเพียงการเห็นทุกข์เท่านั้น การเห็นโดยความไม่เที่ยงบ้าง โดยอนัตตา บ้าง จึงสมควรฉะนั้น เธอจึงยกขึ้นสู่อนุปัสสนา ๓ อย่าง คือ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา พิจารณาอยู่ ย่อมเที่ยวไป ก็วิปัสสนาอันเป็นวุฏฐาน- คามินีของภิกษุนั้นยังปณิธิ (ความปรารถนา) ในสังขารทั้งหลายในภูมิ ๓ ให้ เหือดแห้ง ให้สิ้นไปจึงปล่อยวาง วิปัสสนานี้ ชื่อว่า อัปปณิหิตะ วิปัสสนานั้น ดำรงอยู่ในฐานควรบรรลุ จึงให้ชื่อมรรคของตนว่า อัปปณิหิตะ มรรค ย่อมได้ชื่อว่า อัปปณิหิตะ เพราะการบรรลุอย่างนี้ ก็การดำรงไว้ซึ่งราคะ โทสะแสะโมหะในมรรคนั้นมิได้มี ฉะนั้น มรรคนั้นจึงได้ชื่อด้วยคุณของตน นั่นแหละว่า อัปปณิหิตะ ดังนี้. แม้พระนิพพาน ก็ตรัสเรียกว่า อัปปณิหิตะ เพราะความไม่มีที่ตั้งอยู่แห่งราคะเป็นต้นเหล่านั้น. มรรคย่อมได้ชื่อว่า อัปปณิ- หิตะ เพราะทำพระนิพพานนั้นให้เป็นอารมณ์เกิดขึ้น. บรรดาเหตุทั้ง ๓ เหล่านั้น มรรคย่อมได้ชื่อโดยคุณของตนบ้าง โคยอารมณ์บ้าง โดยปริยาย แห่งพระสุตตันตะ เพราะเทศนานี้เป็นปริยายเทศนา แต่อภิธรรมกถาเป็น นิปปริยายเทศนา ฉะนั้น ในอภิธรรมกถานี้ โลกุตรมรรคจึงไม่ได้ชื่อโดยคุณ ของตนบ้าง โดยอารมณ์บ้าง ย่อมได้ชื่อโดยการบรรลุเท่านั้น. ก็การบรรลุ เท่านั้นเป็นธุระ การบรรลุนั้น มี ๒ อย่าง คือ การบรรลุด้วยวิปัสสนา การบรรลุ ด้วยมรรค ในการบรรลุ ๒ อย่างนั้น การบรรลุด้วยวิปัสสนาเป็นธุระในฐาน แห่งมรรคมาแล้ว การบรรลุด้วยมรรคเป็นธุระในฐานแห่งผลมาแล้ว ในอภิ- ธรรมกถานี้ เพราะความที่มรรคมาแล้ว การบรรลุด้วยวิปัสสนาเท่านั้นจึงเป็น ธุระเกิดขึ้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ