ธรรมสังคณี
ก็บทปัญญาทั้ง ๓ เหล่านี้ แม้บทเดียวก็สำเร็จเนื้อความได้
หมวด: อภิธรรมปิฎก ฝ่าย: ธรรมสังคณี ลำดับ: 323 อ้างอิง: Dhs 323 ประเภท: analysis
เนื้อหา
ก็บทปัญญาทั้ง ๓ เหล่านี้ แม้บทเดียวก็สำเร็จเนื้อความได้. พระผู้มี- พระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรทั้งหลาย ( ในอังคุตตรนิกายจตุกนิบาต ) ตาม อัธยาศัยของสัตว์ทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แสงสว่างเหล่านั้นมี ๔ อย่าง แสงสว่าง ๔ อย่างเป็นไฉน ? คือแสงสว่างแห่งดวงจันทร์ แสงสว่างแห่ง ดวงอาทิตย์ แสงสว่างแห่งไฟ แสงสว่างแห่งปัญญา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แสงสว่าง ๔ เหล่านี้แล ภิกษุทั้งหลาย บรรดาแสงสว่าง ๔ เหล่านี้ แสงสว่าง แห่งปัญญาเป็นเลิศ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โอภาส ๔ เหล่านี้ ฯลฯ ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ความโชติช่วง เหล่านั้นก็ฉันนั้น. แม้ในนิทเทสนี้พระองค์ก็ทรงทำ เทศนาโดยสมควรแก่พระสูตรนั้นเหมือนกัน. เพราะว่า เนื้อความเมื่อทรง จำแนกโดยอาการมิใช่น้อย ย่อมชื่อว่าเป็นการจำแนกดีแล้ว. สัตว์ทั้งหลาย พวกหนึ่งย่อมตรัสรู้ได้โดยประการอย่างหนึ่ง และพวกอื่นก็ตรัสรู้ได้โดย ประการอื่น. ก็รัตนะ คือ ปัญญา เรียกว่าปัญญารัตนะ ด้วยอรรถว่ากระทำ ความยินดี ด้วยอรรถว่าให้ความยินดี ด้วยอรรถว่าให้เกิดความยินดี ด้วย อรรถว่าปลื้มใจ ด้วยอรรถว่าปรากฏได้โดยยาก ด้วยอรรถว่าชั่ง (เปรียบ) ไม่ได้ ด้วยอรรถว่าเป็นเครื่องใช้ของสัตว์ผู้ไม่ต่ำทราม. ที่ชื่อว่า อโมหะ เพราะเป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายไม่ลุ่มหลง หรือว่า ตัวปัญญาเองย่อมไม่หลงใน อารมณ์ หรือว่า สิ่งนี้นั้นเป็นเพียงไม่หลงใหลไปเท่านั้น. บทแห่งธรรมวิจยะมี เนื้อความตามที่กล่าวแล้วนั่นแหละ ถามว่า เพราะเหตุไร จึงตรัสธรรมวิจยะ นี้อีก. ตอบว่า เพื่อแสดงความที่อโมหะเป็นปฏิปักษ์ต่อโมหะ เพราะฉะนั้น จึงแสดงธรรมวิจยะนี้. อโมหะนั้นมิใช่เป็นธรรม นอกจากโมหะอย่างเดียว ที่แท้เป็นปฏิปักษ์ต่อโมหะด้วย ชื่อว่า อโมหะ กล่าวคือธรรมวิจยะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์เอาในที่นี้. ทิฏฐิที่เป็นจริง เป็นเครื่องนำ ออกจากภพ และเป็นกุศล ชื่อว่า สัมมาทิฏฐิ .
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ