ธรรมสังคณี
จิตนี้นั้น ดวงหลัง ๆ เมื่อเกิดขึ้น ย่อมปรากฏติดต่อกันทีเดียว...
หมวด: อภิธรรมปิฎก ฝ่าย: ธรรมสังคณี ลำดับ: 254 อ้างอิง: Dhs 254 ประเภท: analysis
เนื้อหา
จิตนี้นั้น ดวงหลัง ๆ เมื่อเกิดขึ้น ย่อมปรากฏติดต่อกันทีเดียว เพราะ ทำดวงต้น ๆ ให้สืบต่อกันนั่นเอง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า มีการเกี่ยวข้องกัน เป็นปัจจุปัฏฐาน แต่ว่า ในปัญจโวการภพ (ภพที่มีขันธ์ ๕) จิตนั้น มีนามรูป เป็นปทัฏฐาน ในจตุโวการภพ มีนามเท่านั้นเป็นปทัฏฐานโดยแน่นอน เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า จิตมีนามและรูปเป็นปทัฏฐาน ดังนี้. ถามว่า ก็จิตนี้ เป็นจิตดวงเดียวกันกับจิตที่แสดงมาข้างต้นหรือเป็น ดวงอื่น ตอบว่า เป็นดวงเดียวกันนั่นแหละ. ถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ เพราะ เหตุไร จึงกล่าวอีกเล่า. ตอบว่า คำนี้อรรถกถาและอาจารย์ทั้งหลายยังมิได้ วิจารในคำแห่งจิตนี้. ก็ในคำแห่งจิตนี้ มีการประกอบดังนี้ เหมือนอย่างว่า พระอาทิตย์เป็นต้นที่บัญญัติ เพราะอาศัยรูปเป็นต้น ว่าโดยความหมายก็มิใช่ สิ่งอื่นที่นอกไปจากรูปเป็นต้น ด้วยเหตุนั้นนั่นแหละ แม้จะกล่าวว่า สมัยใด พระอาทิตย์ย่อมอุทัย สมัยนั้น รูปคือแสงแห่งพระอาทิตย์นั้น ย่อมปรากฏ ดังนี้ ขึ้นชื่อว่า พระอาทิตย์อื่น นอกจากรูปเป็นต้นย่อมไม่มี ฉันใด จิตนี้ ย่อมมีฉันนั้น หามิได้ พระองค์ทรงบัญญัติจิต เพราะอาศัยธรรมทั้งหลาย มีผัสสะเป็นต้น แต่เมื่อว่าโดยความหมาย จิตนั้นก็เป็นอีกดวงหนึ่ง นอกจาก ธรรมทั้งหลายมีผัสสะเป็นต้นเหล่านั้นโดยแท้ เพราะเหตุนั้น เพื่อแสดงเนื้อ ความว่า สมัยใด จิตย่อมเกิดขึ้น สมัยนั้น จิตดวงอื่นอีกนอกจากธรรมมี ผัสสะเป็นต้น ย่อมเกิดขึ้น ดังนี้ จิตนี้ บัณฑิตพึงทราบว่า พระองค์ทรงตรัส ไว้อีก.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ