ธรรมสังคณี

เจตนาหยาบคายโดยส่วนเดียว ที่ตั้งขึ้นด้วยความพยายามทางกายและ ...

หมวด: อภิธรรมปิฎก ฝ่าย: ธรรมสังคณี ลำดับ: 234 อ้างอิง: Dhs 234 ประเภท: analysis


เนื้อหา

เจตนาหยาบคายโดยส่วนเดียว ที่ตั้งขึ้นด้วยความพยายามทางกายและ วาจาอันตัดความรักของผู้อื่น ชื่อว่า ผรุสวาจา . เพื่อความแจ่มแจ้งแห่ง ผรุสวาจานั้น มีเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์. ได้ยินว่า เด็กชายคนหนึ่งไม่เชื่อฟังถ้อยคำของมารดาไปป่า มารดา ไม่อาจให้เขากลับได้ จึงได้ด่าว่า ขอให้แม่ควายดุร้ายจงไล่ตามมัน ดังนี้ ทีนั้น แม่ควายในป่าก็ได้ปรากฏแก่เขา เหมือนอย่างมารดานั้นกล่าวนั่นแหละ เด็กได้ทำ สัจจกิริยาว่า แม่ของข้าพเจ้าย่อมพูดคำใดด้วยปาก (ไม่คิดร้าย) ขอคำนั้นจง อย่ามี ถ้าแม่คิดคำใดด้วยความตั้งใจ ขอคำนั้นจงมีเถิด ดังนี้. แม่ควายได้ ยืนอยู่ เหมือนบุคคลผูกไว้ในที่นั้นนั่นแหละ. ความพยายามแม้อันตัดเสียซึ่งความรักอย่างนี้ ย่อมไม่ชื่อว่า ผรุสวาจา เพราะความที่จิตอ่อน. จริงอยู่ ในกาลบางครั้ง มารดาและบิดาย่อมพูดกะบุตร น้อยแม้อย่างว่า ขอให้พวกโจรจงตัดพวกเจ้าให้เป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่ดังนี้ แต่ท่านทั้งสองนั้นไม่ปรารถนาอะไร ๆ แม้กลีบดอกอุบลตกไปถูกบุตรเหล่านั้น. อนึ่ง ในกาลบางคราว อาจารย์และอุปัชฌาย์ ย่อมกล่าวกะศิษย์ผู้อาศัยอย่างนี้ว่า พวกนี้ไม่มีหิริ ไม่มีโอตัปปะ พูดอะไร พวกเจ้าจงไล่เขาออกไปเสีย แต่ที่แท้ ท่านเหล่านั้น ย่อมปรารถนาซึ่งความถึงพร้อมแห่งการเล่าเรียนและการบรรลุ- มรรคผลของศิษย์เหล่านั้น ไม่ชื่อว่า ผรุสวาจา เพราะความที่จิตอ่อน แม้ฉันใด ไม่ชื่อว่า เป็นผรุสวาจา เพราะเป็นวาจาอ่อนหวาน ฉันนั้นก็ หาไม่ ด้วยว่าคำพูดของบุคคลผู้ประสงค์จะให้คนอื่นตายว่า พวกท่านจงให้ผู้นี้ นอนเป็นสุข ดังนี้ ย่อมไม่เป็นผรุสวาจาหาไม่ ก็วาจานั้นเป็นผรุสวาจาแท้ เป็นวาจามีจิตหยาบ. วาจานั้น ชื่อว่า มีโทษน้อย เพราะความที่บุคคลนั้น มีคุณน้อย ชื่อว่า มีโทษมาก เพราะบุคคลนั้นมีคุณมาก. ผรุสวาจานั้นมี องค์ ๓ คือ ๑. อกฺโกสิตพฺโพ ปโร (มีคนอื่นที่ตนพึงด่า) ๒. กุปิตจิตฺตํ (มีจิตโกรธ) ๓. อกฺโกสนา (การด่า) อกุศลเจตนาอันยังบุคคลอื่นรู้สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ซึ่งตั้งขึ้นด้วยการ พยายามทางกายและวาจา ชื่อว่า สัมผัปปลาปะ สัมผัปปลาปะนั้น ชื่อว่า มีโทษน้อย เพราะความที่มีการส้องเสพน้อย ชื่อว่า มีโทษมาก เพราะมีการ ซ่องเสพมาก องค์ของสัมผัปปลาปะมี ๒ คือ ภารตยุทฺธสีตาหรณาทินิรตฺ- ถกกถาปุเรกฺขารตา (ความเป็นผู้มีเจตนาจะพูดเรื่องไร้ประโยชน์มีภารตยุทธ์ และการลักพานางสีดาไปเป็นต้น) ๑. ตถารูปีกถากถน (การกล่าววาจา เช่นนั้น) ๑. ก็เมื่อบุคคลอื่นไม่ถือเอาถ้อยคำนั้น กรรมบถก็ไม่แตก เมื่อมีผู้อื่น ถือสัมผัปปลาปะนั่นแหละ กรรมบถจึงแตกไป.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ