ธรรมสังคณี
จริงอยู่ เมื่อเราตรึกว่า เราจักกล่าวคำนี้ เราจักกล่าวคำนั้น ...
หมวด: อภิธรรมปิฎก ฝ่าย: ธรรมสังคณี ลำดับ: 213 อ้างอิง: Dhs 213 ประเภท: analysis
เนื้อหา
จริงอยู่ เมื่อเราตรึกว่า เราจักกล่าวคำนี้ เราจักกล่าวคำนั้น ชื่อว่า เสียงอันแผ่ไปด้วยวิตก ย่อมเกิดขึ้น. วาทะนี้มาในมหาอรรถกถาว่า เสียงนี้ มิได้รู้ได้ด้วยโสตะ รู้ได้ด้วยใจ ดังนี้ แต่ในอรรถกถาที่มาทั้งหลาย อธิบาย คำว่า วิตกฺกวิปฺผารสทฺทํ (เสียงที่แผ่ไปด้วยวิตก) เป็นเสียงของคนหลับ และประมาทแล้ว กำลังบ่นเพ้ออันเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งการแผ่ไปของวิตก. คำว่า สุตฺวา นั้น ความว่า เมื่อบุคคลนั้นฟังแล้วตรึกซึ่งเรื่องใด เสียงอัน แผ่ไปแห่งวิตกนั้นเกิดขึ้นแล้ว ด้วยอำนาจแห่งเรื่องนั้น ก็จักทายใจได้ว่า ใจของ ท่านเป็นอย่างนี้บ้าง ใจของท่านเป็นอย่างนั้นบ้าง ครั้นกล่าวด้วยประการฉะนั้น แล้ว ก็กล่าวแม้เรื่องทั้งหลาย. แม้ในปัฏฐานก็มีพระบาลีอันมาแล้วว่า สัททาย- ตนะ มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณด้วยอารัมมณปัจจัย ดังนี้ เพราะฉะนั้น ชื่อว่า เสียงที่แผ่ไปแห่งวิตกที่รู้ไม่ได้ด้วยโสตะ ซึ่งเกิดขึ้นเว้น จากการกระทบกับวิญญัติย่อมไม่มี ก็จิตเมื่อเกิดขึ้นว่า ข้าพเจ้าจักกล่าวคำนี้ ข้าพเจ้าจักกล่าวคำนั้นดังนี้ ย่อมยังรูปให้ตั้งขึ้น ๘ รูป คือ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ วรรณะ คันธะ รส โอชา ปฐวีธาตุที่มีจิตเป็น สมุฏฐานในภายในแห่งรูป ๘ เหล่านั้น กระทบอยู่ซึ่งอุปทินนกกายก่อนจึงเกิด ขึ้น เสียงย่อมเกิดขึ้นด้วยกายกระทบกับปฐวีธาตุนั้น นี้ชื่อว่า เสียงที่มีจิตเป็น สมุฏฐานนี้ไม่ใช่วิญญัติ แต่ว่า วิการแห่งอาการอย่างหนึ่งซึ่งเป็นปัจจัยแก่การ กระทบอุปทินนกกายของปฐวีธาตุที่มีจิตเป็นสมุฏฐานนั้น นี้ชื่อว่า วจีวิญญัติ นอกจากนี้ คำทั้งปวงมีอาทิว่า สา อฏฺ รูปานิ วิย น จิตฺตสมุฏฺานา วจีวิญญัตินั้น ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เหมือนรูปทั้ง ๘ บัณฑิตพึงทราบโดยนัย กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ